ข่าว

ปชป.จี้พท.แจงตั้งรัฐไทยใหม่ปกครองด้วยอะไร

ปชป.จี้พท.แจงตั้งรัฐไทยใหม่ปกครองด้วยอะไร

01 ส.ค. 2553

"ปชป."สั่งส.ส.ใช้ภูเก็ตโมเดลสร้างความปรองดองในพื้นที่ จี้ "พท."แจงสังคมตั้งรัฐไทยใหม่ปกครองด้วยอะไร ปัดวางมัดจำ 20 ล้านซื้อส.ส."เพื่อไทย" เมิน"เฉลิม"โวกวาดส.ส.ลต.ครั้งหน้า 255 ที่นั่ง เย้ยขอให้ทำการเมืองสร้างสรรค์ก็พอ ปธ.วิปรบ.ส่งสัญญาณแก้ข้อบังคับแก้ปัญ

 (1 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเมอร์ลิน บีช รีสอร์ท หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เชิญชวนประชาชนชาวภูเก็ต มาร่วมสัมมนาในหัวข้อรวมพลังสร้างภูก็ต เพื่อเป็นการจำลองต้นแบบและให้ประชาชนรับรู้และมีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดอง รวมทั้งจะให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าสังเกตการณ์และนำรูปแบบที่จ.ภูเก็ตไปใช้ในพื้นที่ตัวเองด้วย

จี้ "พท."แจงสังคมตั้งรัฐไทยใหม่ปกครองด้วยอะไร

  นพ.วรงค์ กล่าวถึงการที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย ปราศรัยถึงการสร้างรัฐไทยใหม่ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอย้ำว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ดังนั้นกรณีรัฐไทยใหม่ คนที่พูดต้องทำความเข้าใจกับสังคมด้วยว่ารัฐไทยใหม่นั้นปกครองด้วยอะไร ทั้งนี้กำลังมีการดำเนินการเรื่องการสร้างความปรองดอง ดังนั้นอะไรที่ไม่สร้างสรรค์สังคม ขอให้มาช่วยกันดีกว่า อย่าเติมน้ำมันใส่กองไฟอีกเลย

ปัดวางมัดจำ 20 ล้านซื้อส.ส."เพื่อไทย"

 นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าพรรคการเมืองใหญ่ซื้อตัวส.ส.พรรคเพื่อไทยโดยวางมัดจำ 20 ล้านบาท ว่า ต้องดูเครดิตคนพูดว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน แต่เท่าที่ดูข้อมูลยังไม่ปรากฎว่าพรรคการเมืองใหญ่มีการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้อยากขอให้สื่อมวลชนดูด้วยว่าประวัติของคนพูดเป็นอย่างไร ตีปลาหน้าไซป้องกันส.ส.ตัวเองไม่ให้ย้ายไปไหนหรือไม่ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาการเลือกตั้ง การย้ายพรรคของส.ส.เป็นเรื่องปกติ แต่ยืนยันว่าพรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนคือส.ส.ต้องไม่มีต้นทุน

เมิน"เฉลิม"โวกวาดส.ส.ลต.ครั้งหน้า255ที่นั่ง

 นายสาธิต กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส. 255 ที่นั่งว่า ขอชื่นชมพรรคเพื่อไทยที่กลับเข้าต่อสู้ทางการเมืองในสภา เป็นสิทธิที่พรรคเพื่อไทยที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ส.ส.เท่าใด แต่พรรคประชาธิปัตย์อยากเห็นการทำงานที่สร้างสรรค์ ดังนั้นการที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกพร้อมจะเข้าสู่แผนปรองดอง แต่มีเงื่อนไขให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนนั้น ความจริงพรรคเพื่อไทยสามารถทำได้เลย โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขและเวลา เพียงแต่แสดงความจริงใจในการทำงานให้กับประชาชน เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยเข้าสู่สภา เราก็จะได้เห็นการตรวจสอบของฝ่ายค้านที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้

 นายสาธิต กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่หวั่นไหว เพราะในฐานะเป็นรัฐบาลสามารถนำนโยบายที่ประกาศไปทำประโยชน์ให้กับประชาชน ซึ่งรัฐบาลก็มีผลงานเป็นรูปธรรม ดังนั้นขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้ง และขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยให้บอกพรรคพวกตัวเองที่อยู่ใต้ดินให้กลับมาอยู่บนดิน เลิกทำข้อมูลเท็จ หรือแจกซีดีในภาคเหนือและอีสานเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และให้ออกมาขับเคลื่อนทางการเมืองด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งบอกว่าจะเล่นในสภา แต่อีกกลุ่มหนึ่งกับออกมาให้ข้อมูลเท็จกับประชาชน

ปธ.วิปรบ.ส่งสัญญาณแก้ข้อบังคับแก้ปัญหาประชุมสภาล่ม

  นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเริ่มขึ้น ว่า อยู่ที่ความรับผิดชอบของส.ส. เพราะส.ส.ของรัฐบาลต้องเข้าประชุมสภาอย่างสม่ำเสมอ คนที่เป็นรัฐมนตรี แต่ก็เป็นส.ส.ก็ต้องเข้าประชุมด้วย ที่ผ่านมาฝ่ายค้านไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นองค์ประชุมเวลาส.ส.รัฐบาลติดธุระก็จะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมล่มตลอด ดังนั้นอยากเรียกร้องฝ่ายค้านด้วยว่ากฎหมายไหนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ควรจะออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อไม่ให้กลไกของสภาต้องบิดเบี้ยวไป ทั้งนี้เรื่ององค์ประชุมนั้นโดยหลักแล้วคือหน้าที่ของส.ส.รัฐบาล แต่เวลาที่มีการนับองค์ประชุมนั้นฝ่ายค้านก็อยู่ในห้องประชุมด้วย แต่กลับไม่แสดงตน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ดังนั้นทางออกคือต้องแก้ข้อบังคับการประชุม

 นายวิทยา กล่าวอีกว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องแก้ข้อบังคับการประชุมโดยให้เปลี่ยนมาใช้วิธีนับเป็นรายคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแทน อย่างไรก็ตาม คิดว่ายังเป็นเรื่องที่ยากเพราะความร่วมมือจากฝ่ายค้านขณะนี้ยังไม่มี ส่วนตัวแล้วเห็นว่าหากฝ่ายค้านจะแสดงการปฏิเสธกฎหมายใดก็ควรจะวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมแทน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้วิปของแต่ละพรรคไปพูดคุยกับส.ส.ของพรรคตัวเองแล้ว แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นจะมีชื่อของส.ส.ที่ขาดการประชุมปรากฏในการประชุมส.ส.พรรคทุกปสัปดาห์เพื่อเป็นการเตือนส.ส.คนนั้นให้เจ้าตัวได้รับรู้ด้วย

 “ใครที่ละเลยหน้าที่ของส.ส.การเลือกตั้งเที่ยวหน้าก็คงต้องมีการพิจารณา กรรมการบริหารพรรคจะส่งใครลงสมัครรับเลือกตั้งจากนี้ก็คงต้องดูประวัติของแต่ละคนด้วย เพราะคนที่ไม่อยากมาประชุมสภาก็ควรจะกลับไปอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่เป็นส.ส.แต่ไม่มาประชุมสภา”ประธานวิปรัฐบาลกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าการยุบสภาเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาสภาล่มได้ นายวิทยา กล่าวว่า ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งหากส.ส.ไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยตรงที่จะพิจารณา อย่างไรก็ตามการที่เราจะเริ่มเคี่ยวเข็ญพรรคอื่นได้นั้นพรรคตัวเองต้องพร้อมเสียก่อน เรื่องการเมืองนั้นอยู่ที่อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่จะตัดสิน ทั้งนี้ยืนยันว่าเรื่องคะแนนแพ้ชนะนั้นเรายังมีมากกว่าฝ่ายค้านแน่นอน เพียงแต่กังวลเรื่องที่มีการปล่อยข่าวว่ารัฐบาลซื้อตัวส.ส.ฝ่ายค้าน เพราะดูแล้วอาจจะกลับตรงกันข้ามกันได้ เพราะอาการที่ออกมาตีปลาหน้าไซนั้นแสดงว่าตัวเองกำลังทำอีกอย่างหนึ่งอยู่

 ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนแนวทางมาล้มรัฐบาลในสภาให้ได้นั้น นายวิทยา กล่าวว่า ตนยินดี ที่กลับมาเล่นกันในสภา อย่าไปเล่นตามสี่แยก ซึ่งวันนี้ก็ยังมั่นใจว่าเสียงรัฐบาลสามารถที่จะผ่านพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ได้ ส่วนความเป็นห่วงของนายกรัฐมนตรีเรื่องเสียงของวุฒิสภานั้น ส.ว.มีที่มาที่ไปคนละอย่าง ดังนั้นต้องตามรายละเอียดตรงนั้นด้วย เพราะคนที่กลางๆก็เยอะ แต่คนที่ไม่เอารัฐบาลก็มี อย่างไรก็ตาม หากพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ถูกคว่ำในสภาก็มีทางออกคือไม่ยุบสภา ก็ลาออกที่ถือเป็นกติกาสากล

“กรณ์”ห่วงสนามลต."สก.-สข."

 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งสก.สข ว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกประชุมส.ส.กทม. เนื่องจากมีความวิตกอยู่บ้าง เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองใหม่ ลงแข่งขัน โดยได้มีการคุยกันว่าต้องพยายามทำให้แฟน ๆ พรรคประชาธิปัตย์ยังเลือกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ดังนั้นเวลา 1 เดือนที่เหลือจากนี้ต้องช่วยกันรณรงค์หาเสียง ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ก็จะใช้เวลานอกราชการในการช่วยหาเสียงด้วย โดยยังยึดในความเป็นกลางในการทำหน้าที่