
บุกจับพระรวมหัวแม่ค้านำอาหารบิณฑบาตเวียนขาย
เทศกิจบุกจับพระรวมหัวแม่ค้านำอาหารบิณฑบาตมาเวียนขายได้คาตลาด เรียกแม่ค้าสอบทำประวัติตักเตือน ส่วนพระสำนักพุทธฯเผยไม่ถึงขั้นจับสึกเตรียมชงเจ้าอาวาสทำทัณฑ์บน
ความคืบหน้ากรณีพระสงฆ์เชียงใหม่และแม่ค้าร่วมมือกัน ใช้ศรัทธาประชาชนมาหากินอย่างไม่เหมาะสมด้วยการตั้งโต๊ะแผงลอยจำหน่ายอาหารถุงจากนั้นมีพระมาร่วมมือนำอาหารที่ได้รับบิณฑบาตมาเวียนขายอีก ส่งผลให้พระสงฆ์ที่เดินออกมารับบิณฑบาตรในตอนเช้าของวัดอื่น ๆได้อาหารบูดกลับไปฉันที่วัดจนส่งผลเสียต่อสุขภาพมีปัญหาอาหารเป็นพิษเรื้อรังมานานหลายปี
ล่าสุดเมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 1 ส.ค.53 หลังได้รับร้องเรียน นายเดชา ภู่พลับ หัวหน้ากลุ่มงานเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจสอบร้านค้าแผงลอยตอนเช้าที่หน้าตลาดสดต้นพยอม ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้วางกำลังซุ่มสังเกตุการณ์ดูอยู่โดยรอบและทำการบันทึกคลิปวิดิโอภาพขณะแม่ค้าแผงลอยกับพระสงฆ์บางรูปมีพฤติกรรมเดินเวียนบิณบาตรตั้งแต่เช้ามืดจนถึงเวลา 08.00 น.ตามที่ได้รับการร้องเรียนมาจริง
จากการเฝ้าสังเกตการณ์เจ้าหน้าที่พบว่ามีพระสงฆ์ 2 รูปที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมคือ หลังจากผู้มีจิตศรัทธาลงมาซื้ออาหารถุงจากแม่ค้าแผงรอยหน้าตลาดไปตักบาตรให้ เมื่อบาตรเต็มพระสองรูปนี้จะเดินอ้อมไปยังด้านหลังแผงลอย จากนั้นทำการถ่ายเทของออกจากบาตรลงในกระสอบโดยมีชายอีกคนช่วย จากนั้นชายคนดังกล่าวจึงนำอาหารถุงเหล่านั้นกลับมาให้นางวิภา ทรนงค์ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งตั้งร้านแผงลอยขายอาหารใส่บาตรพระเพื่อนำมาขายซ้ำโดยรอให้คนมาซื้อไปตักบาตรอีก
หลังเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่นานเจ้าหน้าที่จึงตรงเข้าไปตรวจสอบ แต่นางวิภา แม่ค้าคนดังกล่าวอ้างว่าพระเขาเอามาให้ฟรี เนื่องจากเอากลับวัดไม่หมด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแจ้งตักเตือนเพราะไม่สามารถดำเนินคดีเอาผิดได้ ส่วนพระสงฆ์สองรูปที่ร่วมขบวนการดังกล่าวคือ คือพระปรียา สุขะกาโน อายุ 53 ปี พระลูกวัดร่ำเปิง ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ระหว่างเจ้าหน้าที่บันทึกภาพมีการพูดจาต่อว่าด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม และยกมือปิดบังใบหน้า แม่ค้าในตลาดบางรายให้ข้อมูลพระรูปนี้ทุกเช้าจะสวมแว่นตาดำและรองเท้าแตะมารอรับบิณฑบาตร โดยไม่สนใจสายตาของประชาชนจนมีคนสงสัยกันมากว่าเป็นพระจริงหรือไม่
ส่วนอีกรูปเป็นพระสงฆ์วัยไล่เลี่ยกันอายุประมาณ 50 กว่าปีบวชทราบว่าบวชอยู่ที่วัดฝายหิน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่เจ้าหน้าที่เชิญตัวมาตรวจสอบประวัติและจะได้แจ้งไปยังวัดให้รับทราบพฤติกรรมแล้วปล่อยตัวไป
นายจำลอง กิตติศรี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า พฤติกรรมของพระสงฆ์ดังกล่าวถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นการกระทำผิดพระวินัยที่กำหนดไว้ว่าพระต้องไม่สะสมสิ่งของ ซึ่งการร่วมกับแม่ค้าในลักษณะดังกล่าวดูแล้วเป็นลักษณะเข้าข่ายเป็นการประกอบอาชีพ ซึ่งผิดพระวินัยที่บัญญัติไว้ให้พระต้องอยู่อย่างสมถะ และยังทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา
ตนจะได้ประสานไปทางวัด เพราะเจ้าอาวาสสามารถที่จะเรียกตัวไปว่ากแต่โทษดังกล่าวตักเตือนให้เลิกพฤติกรรมหรืออาจต้องถูกทำทัณฑ์บน แม้ไม่ผิดวินัยร้ายแรงถึงขั้นปราชิกแต่ก็ถือว่าบาปและทำศาสนามัวหมอง



