ข่าว

 กว่าจะรู้ ‘คำตอบ’

กว่าจะรู้ ‘คำตอบ’

01 ส.ค. 2553

ชายหนุ่มที่เป็นแขกรับเชิญสำหรับคอลัมน์ “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” ในสัปดาห์นี้ แม้อายุอานามจะยังไม่มาก แต่เส้นทางการใช้ชีวิต ทั้งในวิชาชีพและประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เขามีแง่มุมที่ดิฉันเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านหลายๆ ท่าน ที่ยังคงยึดติดกับคำว่า “อยา

 คุณสุรเกียรติ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผันตัวเองจากการทำงานในบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ค้าหุ้น อาชีพที่หนุ่มสาวหลายคนปรารถนา มาสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเล็กๆ ผ่านเว็บไซต์ www.freesizeshop.com ที่นอกจากจะกำลังไปได้ดีแล้ว ยังสร้างความสุขให้แก่ผู้เป็นเจ้าของอีกด้วย

 หลังจากเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ คุณสุรเกียรติ์มุ่งหน้าตามหาความฝันของตัวเองด้วยการสอบใบอนุญาตการเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดหรือมาร์เก็ตติ้ง เพื่อเป็นใบเบิกทางเข้าสู่ธุรกิจหลักทรัพย์

 “ผมสนใจเรื่องการลงทุนตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย แล้วก็เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ เพราะสนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องปากท้อง เพราะรู้สึกว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องใกล้ตัว พอเรียนจบก็มุ่งมั่นที่จะทำงานในบริษัทหลักทรัพย์ ส่วนหนึ่งเพราะส่วนตัวเราสนใจอยู่แล้ว ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย”

 แม้ว่า เขาจะสามารถเข้าทำงานในบริษัทหลักทรัพย์ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่เส้นทางนั้นก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพียงแต่เมื่อมองกลับไป ชายหนุ่มคนนี้ยอมรับว่า งานแรกในชีวิตให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งแนวคิดและวิถีของความเป็นตัวเอง

 “ตอนที่ผมทำงานในบริษัทหลักทรัพย์ ผมมีเป้าหมายที่จะเป็นมาร์เก็ตติ้งมืออาชีพ มีชื่อเสียงเหมือนหลายๆ คนในวงการ และคิดว่าจะอยู่ในวิชาชีพนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่ชีวิตจริงไม่เหมือนกับที่คิด เพราะมันมีแรงกดดันมากมาย ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า แนวคิดของเราอาจจะไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น”

 คุณสุรเกียรติ์บอกว่า ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่เขาทำงานในวงการตลาดหุ้น เขาคิดเสมอว่า ทุกครั้งที่ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนให้ลูกค้าหรือลงทุนด้วยตัวเอง ต้องได้ “กำไรสูงสุด” หรือ “มากที่สุด” เสมอ

 “เราตีกรอบตัวเอง กดดันตัวเอง แล้วมองที่เป้าหมายผลตอบแทนหรือกำไรเป็นหลัก โดยที่บางทีเราไม่ได้เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ จริงๆ เป้าหมายก็คือ อยากให้ลูกค้าได้กำไรสูงสุด ได้ผลตอบแทนมากๆ แต่เราลืมไปว่า มันไม่ใช่แบบนั้นทุกครั้งไป และเรายังไม่มีประสบการณ์ที่มากพอ รวมถึงเราไม่มีวินัยการลงทุนที่ดีพอด้วย”

 ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2549 ซึ่งตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนัก ทำให้เขาตัดสินใจเดินออกจากงานที่เคยมุ่งมั่น และล้มเลิกเป้าหมายการเป็น “มาร์เก็ตติ้งชั้นนำ”

 “ถามว่าเสียใจไหม ผมว่าเป็นใครก็คงเสียใจ เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดเฉพาะกับเรา แต่ยังเกิดกับลูกค้าของเราด้วย แม้ว่าลูกค้าจะเข้าใจว่าเราทำเต็มที่แล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป จากที่ผมเคยคิดว่า ผลตอบแทนต้องมาก่อน กำไรต้องสูงสุด กลายเป็นผมค้นพบชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น”

 อดีตมาร์เก็ตติ้งหุ้นเข้าสู่วงการ “ขาย” อีกครั้ง แต่คราวนี้แตกต่างออกไป เพราะเขาหันมาจับธุรกิจเสื้อผ้า ซึ่งส่วนหนึ่งมีพื้นฐานมาจากครอบครัว และนั่นเป็นที่มาของการขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.freesizeshop.com
<http://www.freesizeshop.com> ที่มีสโลแกนว่า “เสื้อยืดราคาส่ง ถูกและดี”

 จากการซื้อขายหุ้นหลักล้านบาทไปถึงจนสิบล้านบาท กลายเป็นการขายเสื้อยืดที่ราคาส่งเริ่มต้นตัวละ 40 บาท แต่ความสุขที่ได้รับกลับแปรผกผันกัน

 “จากที่เคยมีผลตอบแทนหรือกำไรสูงสุดเป็นเป้าหมาย กลายเป็นวันนี้แค่มีกำไรนิดๆ หน่อยๆ แต่ต่อยอดให้คนอื่นได้ทำธุรกิจหรือมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้ ผมก็มีความสุขแล้ว ตอนที่ผมเข้ามาทำธุรกิจนี้ใหม่ๆ เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้ง มีคนตกงานโทรศัพท์มาขอซื้อเสื้อจากเราเพื่อไปขายต่อ วันนึงเขาโทรศัพท์กลับมาขอบคุณผม ที่ทำให้เขามีอาชีพ นี่คือดีที่สุดแล้วสำหรับผมในตอนนี้”

 “ฟรีไซส์ช็อปดอทคอม” มีทั้งเสื้อยืดขายปลีกและขายส่ง ซึ่งในส่วนของขายส่งนั้น มีทั้งแบบที่ขายส่งเป็นลอตเพื่อให้ผู้ซื้อไปขายต่อ และส่วนที่เป็นการขายแฟรนไชส์สำหรับคนที่ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน

 จากชายหนุ่มที่ยึดติดกับความอยากรวยมาทั้งชีวิต เพราะความคิดภายใต้ระบบ “ทุนนิยม” ที่บัณฑิตจบใหม่วัดการเป็นที่ยอมรับ ความน่าเชื่อถือในสังคม เพียงเพราะ “ฐานะ” ที่วัดกันภายนอก วันนี้เขายอมรับว่า ด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้น อายุที่มากขึ้น และการก้าวผ่านฉากชีวิตที่หลากหลาย ทำให้ความคิดทั้งหมดเปลี่ยนไป

 เป้าหมายสูงสุดของคุณสุรเกียรติ์ในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ “รวย” หรือ “ไม่รวย” แค่เป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างโอกาสให้แก่คนอื่นๆ มีความสุขกับการคุยกับลูกค้า ทำในสิ่งที่รักให้ดีที่สุด โดยไม่ตีกรอบว่า ธุรกิจเล็กๆ ในวันนี้จะต้องใหญ่โตขึ้น หรือจะคงสภาพแบบนี้ตลอดไป เพราะเป้าหมายสำคัญกลายเป็นการทำทุกอย่างอย่างมีคุณภาพมากกว่าการแสวงหากำไร

 ส่วนตัวดิฉันเอง ที่ผ่านมาไม่เคยยึดติดกับความอยากรวย รู้แต่ว่าเมื่อมีหน้าที่ต้องทำ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด โดยไม่ได้คิดเอาผลตอบแทนเป็นที่ตั้ง “เงินทอง” ที่ได้มาล้วนเป็นผลพลอยได้จากการทำงานที่เราทุ่มเท จนถึงวันนี้ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกทางมากขึ้น เมื่อบทสนทนากับแขกรับเชิญคนนี้ ตอกย้ำให้เห็นว่า

 “เงิน” หรือความร่ำรวย ไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง

 และที่น่าดีใจก็คือ เราไม่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการหาคำตอบ !!

ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]