ข่าว

เข้าพรรษา…เข้าใจชีวิต

เข้าพรรษา…เข้าใจชีวิต

01 ส.ค. 2553

ตั้งใจตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่าจะเขียนอะไรที่เข้ากับเทศกาลเข้าพรรษาสักหน่อย แต่ก็ไม่ทัน เหตุเพราะหลงลืม กว่าจะตั้งตัวได้ก็ส่งต้นฉบับไปแล้ว

 มานึกอีกทีผมดันไปส่งเรื่องอื่น เลยไม่ได้เขียนตามเจตนาเดิม แต่ก็ไม่เป็นไรครับ โชคยังเข้าข้างที่เทศกาลนี้เพิ่งเริ่มต้น และยาวอีกหลายเดือน พอจะมีควันหลงให้พูดถึงได้บ้าง

 เทศกาลนี้ เราๆ ท่านๆ รู้ถึงประวัติดั้งเดิมที่องค์พระพุทธเจ้าท่านทรงวางระเบียบให้พระภิกษุจำพรรษาที่ใดที่หนึ่งตลอดสามเดือนในฤดูฝนเพื่อไม่ให้ไปเหยียบข้าวกล้าและพืชผลอื่นๆ ของชาวบ้าน การจาริกสัญจรรอนแรมไปค้างคืนที่อื่นจะทำไม่ได้ ยกเว้นมีเหตุและต้องเป็นไปตามที่บัญญัติในพระวินัยเท่านั้น

 ในยุคปัจจุบัน ผมเคยกราบเรียนถามพระวัดป่ารูปหนึ่ง ก็เข้าใจได้ว่าช่วงนี้เป็นโอกาสที่พระภิกษุจะได้เรียนพระพุทธประวัติ ศึกษาพระไตรปิฎก และธรรมะที่พระศาสดาทรงสั่งสอนให้เข้าใจลึกซึ้งถ่องแท้

 พูดตรงตัว ก็คือเป็นการเสริมเอาปริยัติธรรมควบคู่กับปฏิบัติธรรม เพื่อนำพาตัวเองก้าวถึงนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุดของศาสนา 

 สิ่งที่ผมสนใจ และเฝ้าสังเกตมาหลายปีแล้ว พอถึงเทศกาลนี้ทีไร ก็มักจะมีแคมเปญโฆษณาของ “สสส.” ที่กระตุ้นให้คนที่ติดน้ำเมาทั้งหลาย ตั้งใจ ตั้งมั่นงดเว้นสุรา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

 วิเคราะห์ดูก็พอจะเดาออกว่า คนไทยแต่ไหนแต่ไร เวลาไม่สบายใจ ก็จะสวดมนต์ภาวนาให้พระเป็นที่พึ่ง ขอบารมีให้คุ้มครองให้แคล้วคลาด หรือผ่านอุปสรรคไปได้โดยง่าย

 การเลิกเหล้าจะว่ายากก็ยาก หรืออาจมีความทรมานมาผสม จนล้มเลิกกลางคัน กุศโลบายนี้ก็ไม่ต่าง เหมือนกับช่วยให้คนที่ตั้งใจจะเลิกเหล้ามีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ ไม่ไห้ไขว้ให้เขว  

 ผมชอบไอเดียนี้ครับ และเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ ขอให้สิ่งที่ตั้งใจบรรลุผลสำเร็จ หากเลิกได้จริง จะเกิดอานิสงส์ใหญ่หลวง ได้เงิน ได้ความรัก ได้ครอบครัวกลับมา จนไม่อยากจะกลับเข้าไปสู่วังวนเดิมๆ อีก

 สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้แตะเหล้า ก็ต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ได้ย้อนดูตัวเองด้วย เข้าพรรษาไม่ใช่เวลาของพระภิกษุเท่านั้น ในฐานะที่เป็นหนึ่งในพุทธบริษัทสี่ ก็ควรทำบุญ รักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ดำเนินชีวิตตามหลักธรรม

 ในปีนี้ ผมไม่รู้ว่าจิตใจคนไทยเข้าขั้นวิกฤติ หรือเกิดอะไรขึ้น? ผมแปลกใจที่ธรรมะที่ได้ยินในอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งจากไปทำบุญเอง หรือฟังผ่านวิทยุ พระท่านก็ไม่ได้เน้นอะไรพิเศษมากกว่า ขอแค่มี “ศีลห้า” ธรรมดาๆ ก็พอ (น่าคิดนะ)
 
 ถ้าจะแอดวานซ์หน่อย โดยเอาแคมเปญของ “สสส.” เป็นต้นแบบ ผมอยากเขยิบไปอีกนิด โดยชวนให้เราๆ ท่าน (รวมถึงตัวผมด้วย) ใช้เวลาดีๆ อย่างนี้ลองสำรวจตรวจสอบเอง ดูข้อบกพร่อง ประเมินการใช้ชีวิตที่ผ่านมา มีอะไรบ้างมั้ยที่ทำไม่ถูก ไม่ควร หรือไม่พึงกระทำ จากนั้นให้ตั้งจิตอธิษฐาน ขอบารมีจากพระรัตนตรัย ดลบันดาลให้หยุด หรือเลิกพฤติกรรมเหล่านั้นซะ 

 ลองดูนะครับ อย่ามองว่าเป็นการแข่งกับคนที่ตั้งใจจะเลิกเหล้า แต่ให้มองเป็นการแข่งกับตัวเองดีกว่า แข่งเพื่อเอาชนะสิ่งที่ไม่เข้าท่า ไม่ถูกต้อง

 ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลิกอะไรดี ลองนึกถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ ดูก็ได้ครับ ที่แล้วๆ มามีการพลั้งเผลอ เอาไปใช้พร่ำเพรื่อ สุรุ่ยสุร่าย ในทางที่ไม่จำเป็น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือเปล่า?

 ถ้าใช่ จะเอาเรื่องนี้เป็นหลักก็ดีครับ แล้วดูว่าสามเดือนผ่านไป จะทำสำเร็จมั้ย?

 จะว่าไปแล้ว ยากแค่ไหน ถ้าตั้งใจจริง ก็ทำได้ครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]