
จะรอตรีศูลดับประชาธิปัตย์หรือชิงยุบสภา
ภาพเบื้องหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปรากฏต่อสังคมคือ พรรคแกนนำรัฐบาล ที่พยายามสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์มากมายหลายเรื่อง ที่โดดเด่นและดูจะเป็นชิ้นเป็นอันในขณะนี้ เพราะมีความก้าวหน้าขึ้นทุกวัน คือการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุดต่างๆ
ที่พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งขึ้น ให้ทำงานตามข้ออ้างว่า เป็นความต้องการของประชาชน ทั้งๆ ที่รู้ว่าผลจากการทำงานของคณะกรรมการแต่ละชุดคงไม่บรรลุเป้าหมายภายใต้อายุของรัฐบาลที่เหลืออยู่อีกปีเศษๆ (หากไม่ชิงยุบสภาหรือลาออกก่อน) ทว่า..เบื้องหลังของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้เสมือนหนึ่งถูกจ่อด้วยปลายแหลมของสามง่ามซึ่งเป็นอาวุธของพระศิวะที่เรียกกันว่า “ตรีศูล” โดยพรรคประชาธิปัตย์พยายามอย่างยิ่งที่จะเบี่ยงตัวเองให้พ้นจากความผิด 3 กระทงใหญ่ ได้แก่ หนึ่งคือ กรณีถูกร้องเรียนว่าบริษัทเอกชนส่งข้อมูลเอสเอ็มเอสให้ มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท หนึ่งคือ การรับบริจาคเงินจำนวน 258 ล้านบาทจากบริษัทเอกชนแล้วนำไปใช้ผิดประเภท และอีกหนึ่งคือ การรับเงินจากกองทุนสนับสนุนพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาทจาก กกต. แล้วนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งจะมีการไต่สวนนัดแรกวันที่ 9 สิงหาคม 2553 นี้
ทั้ง 3 คดีนี้ ล้วนทำให้คนของพรรคประชาธิปัตย์หายใจไม่ทั่วท้องทั้งสิ้น หนึ่งคือ หากคดีแรกถูกตัดสินว่าผิด… อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง จะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง แต่พรรคยังคงอยู่ หนึ่งคือ กรณีรับบริจาคเงิน 258 ล้านบาท แม้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะสั่งไม่ฟ้อง แต่หากอัยการสั่งฟ้องแล้วมีการตัดสินว่าผิด หัวหน้าพรรคและกรรมการที่เกี่ยวข้องก็จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองและมีโทษจำคุก แต่พรรคก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่อีกหนึ่งคือ กรณีการใช้เงินสนับสนุนจาก กกต.ผิดวัตถุประสงค์นี้ ผลของมันคือต้องยุบพรรค แต่กรรมการพรรคไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี สามารถย้ายไปอยู่พรรคอื่นแล้วลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก... แต่ไม่ว่าผลของการตัดสินจะออกมาในรูปใดก็ตาม เมื่อวันนั้นมาถึง บรรยากาศทางการเมืองของไทย ก็เกิดสุญญากาศขึ้นมาทันที ไม่เพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์จะเกิดอาการระส่ำระสายเท่านั้น พรรคการเมืองอื่นๆ ประดามีก็จะกระเพื่อมตามทันที
บรรยากาศทางการเมืองในอนาคต จึงอยู่ที่การตัดสินใจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าต้องการให้อยู่ในสภาพไหน รอศาลตัดสินทุกคดีของประชาธิปัตย์ให้จบสิ้นเสียก่อน หรือ จะตัดสินใจยุบสภาภายในสิงหาคมนี้ ให้ทุกอย่างตกอยู่ในสภาพว่างเปล่า...คืนอำนาจให้แก่ประชาชน ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ควรกำหนดอนาคตชาติอย่างไร ?
คลี่ข่าวคลายปม
ภาณุมาศ ทักษณา



