
สวรรค์เมืองไทย"ล่ม"...กับโจรต่างชาติ
เพียงแค่ 8 เดือนแรกที่ลุยงานเต็มรูปแบบของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) สามารถจับกุมอาชญกรข้ามชาติได้ถึง 18 คดี อาทิ จับกุมชาวไลบีเรียและแคเมอรูน หลอกลวงทำเหมืองทองคำที่ไลบีเรีย แก๊งชาวพม่าลักรถข้ามชาติ แก๊งชาวไนจีเรียปลอมแป
แก๊งชาวไต้หวันตั้งบ่อนพนันออนไลน์ แก๊งแชร์น้ำมันชาวญี่ปุ่น แก๊งโคลัมเบียลักทรัพย์และปลอมพาสปอร์ต ตลอดจนชาวต่างชาติที่กระทำผิดแล้วหลบหนีมากบดานในเมืองไทยก็ไม่อาจคลาดสายตาหน่วยสืบสวน สตม. อาทิ จับกุมคนร้ายตามหมายจับคดีฉ้อโกงของไต้หวัน คนร้ายตามหมายจับของประเทศจีน ข้อหาจำหน่ายยาเสพติด คนร้ายตามหมายจับประเทศฝรั่งเศส ข้อหาข่มขืนและกระทำชำเรา เป็นต้น
ในสายตาของอาชญกรข้ามชาติส่วนใหญ่ยังคงมองว่า เมืองไทยเป็นสวรรค์ของการเข้ามาหลอกลวง หรือการหลบซ่อนตัวให้พ้นความผิดที่ก่อไว้ แต่วินาทีที่ "ศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติ" ตั้งขึ้นมาและปฏิบัติการเต็มรูปแบบ อาชญากรข้ามชาติคงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่
พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม.พร้อมทีมสืบสวนฝีมือระดับเทพ เช่น พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ พ.ต.ท.จิตติ สามทอง เป็นต้น มานั้งล้อมวงพูดคุยให้ความรู้ใหม่ หากคนร้ายข้ามชาติคนไหนแอบมาได้ยินจะได้รู้สึกตัวว่า เมืองไทยไม่ใช่สวรรค์ของพวกคุณอีกต่อไป ?!!
ถาม : ขอบข่ายการทำงานของ บก.สส.สตม.
พล.ต.ต.มนู : หน่วยเราจะทำหน้าที่สืบสวนจับกุมคนต่างชาติที่กระทำผิดทั้งหมด ทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดในบ้านเรา หรือชาวต่างชาติที่กระทำผิดแล้วหลบหนีมาอยู่ที่บ้านเรา
ถาม : สถานการณ์ชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดในเมืองไทย
พล.ต.ต.มนู : สถานการณ์ชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามากระทำความผิดในเมืองไทยจะมากหรือน้อยอยากให้ดูที่ปริมาณนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยปีละ 15-20 ล้านคน แม้ว่าแรกๆ อาจแฝงตัวมาเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาลงทุนในเมืองไทย แต่พอทำไปได้สักพักเปลี่ยนมาเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง หรือบางกรณีก็เป็นชาวต่างชาติที่กระทำผิดในประเทศนั้นๆ แล้วหนีเข้ามากบดานอยู่ในเมืองไทยเพราะคิดว่าปลอดภัย ประกอบกับเมืองไทยเป็นศูนย์กลางทางการบินที่อาจจะหลบหนีไปประเทศอื่นได้ง่าย
ถาม : ตอนนี้คนผิวสีเข้ามาก่ออาชญากรรมมากขึ้น
พล.ต.ต.มนู : คนผิวสีก็เยอะขึ้นนะ อืม...แต่คงเป็นรูปแบบการก่ออาชญากรรมที่คนร้ายถนัดมากกว่า อย่างชาวโคลัมเบียเก่งด้านโจรกรรม ชาวยุโรปอาจใช้ความรู้ความน่าเชื่อถือมาลวงให้หลงเชื่อ ก็แล้วแต่ความถนัดของอาชญากร แต่จะไม่ชัดเจนว่าประเทศใดมีมากกว่ากัน อย่างคนดำหลอกขายทองปลอม หรือมาลวงมาตีสนิทผ่านเฟซบุ๊ก ใช้จิตวิทยาหลงให้เชื่อบอกว่า เพิ่งได้รับมรดกมาจากแม่ยาย สร้างเอกสารปลอมขึ้นมาจนคู่สนทนาเชื่อถือ แล้วยอมโอนเงินให้
พ.ต.ท.จิตติ : บางรายโดนหลอกเป็นหลักล้านบาทก็มี คือ คนร้ายจะศึกษาวิธีการมาอย่างดีและแนบเนียน กว่าเหยื่อจะรู้ตัวก็โดนเป็นล้าน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดจากคนรวยธรรมดาต้องโง่ด้วย บางทีการจับกุมคนร้ายไปแถลงข่าวก็อาจเปิดช่องทางให้คนร้ายรู้ตัวแล้วปรับเปลี่ยนหลบเลี่ยงได้ อย่างกรณีการใช้วอยซ์ไอพีโทรศัพท์เข้ามาลวงให้ไปทำธุรกรรมหน้าตู้เอทีเอ็ม ยังเป็นวิธีการติดตามคนร้ายที่ยากอยู่ คนร้ายจึงยังใช้วิธีนี้กันอยู่ อยากให้ระวังตัวกัน คุยได้แต่อย่าเดินไปหน้าตู้เอทีเอ็ม มันจะหลอกเราได้อย่างแนบเนียน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ธนาคารแห่งประเทศไทย คือ พวกมันจะซ้อนกลหลายชั้นจนเราตายใจ ซึ่งก็จะเปลี่ยนเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ
พล.ต.ต.มนู : คอนเซ็ปต์ของการถูกลวง คือ มีความโลภเป็นที่ตั้ง มีความเห็นใจ สงสาร แม้ไม่เห็นหน้ากันก็เชื่อใจจนติดกับดัก
ถาม : คดีสืบสวนจับกุมอาชญากรรมข้ามชาติที่ยากที่สุด
พล.ต.ต.มนู : คดีที่เริ่มจากศูนย์ ต้องเริ่มไล่จากคนร้ายเข้ามาพักอยู่ที่ไหน ต้องคอยไล่ดีๆ มีจังหวะดีก็จะเจอ แต่พอมาอยู่ สตม.เราได้เปรียบที่มีการรายงานการเดินทางเข้า-ออก เข้าพัก เราจะรู้ข้อมูลได้เร็ว เพียงแต่ตอนนี้ระบบยังไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ก็พอรู้ว่าคนร้ายจะเข้าประเทศเมื่อไหร่ ออกเมื่อไหร่ พักอยู่ที่ไหน เนื่องจากตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง โรงแรมห้องพักต้องแจ้งให้เราทราบตามกฎหมาย
พ.ต.อ.วิวัฒน์ : ส่วนคดีที่หนักใจที่สุดคือคดีการเมือง อย่างกรณีคดีคนต่างชาติขึ้นเวทีเสื้อแดง ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ เพราะอาจจะไปกระทบกับประเทศชาติ ยิ่งมาจากประเทศที่เน้นด้านสิทธิมนุษยชนสูง แม้ว่าจะผิดกฎหมายบ้านเรา แต่ไม่ผิดกฎหมายบ้านเขา อย่างไรก็ตาม คนต่างชาติไม่ควรมาแทรกแซง จะผิดชอบชั่วดีคนไทยต้องคุยกันเอง ไม่ใช่ให้ฝรั่งมาบอก ที่ผ่านมาก็เคยทำหลายคดี อย่างกรณี "อ้อ-อ้าย" ที่ทางการกัมพูชาบุกจับกุมผู้ต้องหาคดีว่าจ้างก่อเหตุลอบวางระเบิดข้างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ส่งกลับประเทศไทย ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ส่วนคดีจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศจีนก็ต้องทำหนังสือขออนุญาตไปที่ทางการจีนก่อน คดีนั้นจับผู้ต้องหาได้ 200 กว่าราย เป็นคนไทย 40 กว่าคน กรณีนี้ต้องสอบปากคำมาจากประเทศจีนแล้วบันทึกเทป พร้อมหลักฐานภาพถ่ายมาดำเนินคดีในเมืองไทย
ถาม : คดีอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่
พ.ต.อ.วิวัฒน์ : ไม่เกี่ยวข้องเพราะไม่ใช่อาชญากรข้ามชาติและเป็นปัญหาภายใน แต่คาดว่ากลางปีหน้าที่มีการเลือกตั้งใหม่อาจกลับมาก็ได้
ถาม : อาชญากรรมข้ามชาติที่คุกคามคนไทยมากที่สุด
พล.ต.ต.มนู : คงเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะเป็นภัยต่อเศรษฐกิจของชาติ ส่วนคนร้ายที่หนีความผิดมาฟอกเงิน ด้วยการมาท่องเที่ยวในเมืองไทยอาจเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจไทย (ฮา) ส่วนเรื่องยาเสพติดชาวต่างชาติมักจะเป็นรายย่อยมากกว่า และเป็นหน้าที่การตรวจจับของกรมศุลกากร หรือหน่วยปราบปรามยาเสพติดมากกว่าหน่วยของเรา คือ เราเป็นเสมือนหมอรักษาโรคทั่วไป ไม่ใช่รับรักษาเฉพาะทาง
ถาม : เพราะเหตุใดอาชญากรรมข้ามชาติถึงมองเมืองไทยเป็นสวรรค์
พล.ต.ต.มนู : คงเป็นเรื่องเส้นทางการหลบหนี เมืองไทยเป็นศูนย์กลางการบิน สามารถเดินทางต่อไปลาว เขมร สิงคโปร์ แถมยังมีเส้นทางทางน้ำอีก มีเรือหรูให้เดินทางหลบหนีได้ ตอนนี้พวกอาชญากรยังมองว่าเมืองไทยยังเป็นสวรรค์อยู่นะ แต่ต่อนี้ไปอาจต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ หลังจากตั้งศูนย์หมายจับอาชญากรรมข้ามชาติขึ้นมา ข้อมูลต่างๆ ทั้งเรื่องการเดินทางเข้า-ออกประเทศ สถานที่พัก ตลอดจนการติดต่อจากหน่วยสืบสวนของต่างประเทศจะติดต่อโดยตรงถึงเรา ทำให้ตอนนี้สามารถจับกุมคนร้ายต่างชาติที่หนีเข้ามากบดานในเมืองไทยได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้กำลังพยายามจับกุม ควบคุมกลุ่มอาชญากรเหล่านี้อยู่ แต่ก่อนอาจจะมานอนอาบแดดตากอากาศที่เมืองไทยสบายๆ ตอนนี้หากมานอนเมืองไทยคงนอนไม่หลับแล้ว เพราะเรามีรายชื่อขึ้นบัญชีรอคิวอยู่เต็ม !?!



