
โฆษกมรดกโลกยันยังไม่ได้รับรองแผนพระวิหาร
โฆษกมรดกโลกแจง"เขมร"เข้าใจผิด ยันไม่ได้รับรองแผนพัฒนาพระวิหาร แฉเพิ่งยื่นแผนให้แค่24ชม.ก่อนประชุม "สุรเกียรติ์"แนะรบ.วางแผนเจรจากัมพูชาให้ดี ไทยเตรียมขอเอกสารเขมรเสนอบริหารจัดการพระวิหาร
กรณี สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่า กัมพูชาประกาศชัยชนะในการเผชิญหน้าทางการทูตระหว่างกัมพูชาและไทยในที่ประชุมประจำปีของคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 34 ที่กรุงบราซิลเลีย ประเทศบราซิล โดยนายซก อัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากบราซิลว่า กัมพูชาบรรลุเป้าหมายเมื่อ คณะกรรมการมรดกโลกเห็นชอบ ที่จะพิจารณาแผนการบริหารจัดการพื้นที่รอบประสาทพระวิหารที่อยู่ติดกับชายแดนไทย เป็นทางการแล้ว แม้คณะกรรมการมรดกโลกจะตัดสินใจเลื่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไปเป็นปีหน้าในการประชุมครั้งต่อไปที่ประเทศบาห์เรน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการปรึกษาหารือหรือลงมติใดๆในเรื่องนี้อีก
ด้านสถานีวิทยุเอบีซีรายงานคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีวัฒนธรรมบราซิล นายจูกา เฟอร์เรรา ที่ชี้ว่า สิ่งสำคัญคือการที่ทั้งสองฝ่ายต้องเริ่มต้นกระบวนการเจรจากันโดยปราศจากการแทรกแซงของบุคคลภายนอก ไทยและกัมพูชามีเวลาอีก 1 ปีที่จะพยายามหาข้อยุติผ่านการเจรจาต่อรองกัน ซึ่งตนเห็นว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้องและดีที่สุดแล้ว สิ่งที่เราต้องหาทางแก้ไขในตอนแรกคือทำให้ฝ่ายไทยเข้าใจว่ากัมพูชาได้ทำตามข้อเรียกร้องของคณะกรรมการในการยื่นเอกสารต่างๆครบทั้งหมดแล้ว ในส่วนของกัมพูชา เราก็ต้องทำให้เขายอมรับว่ายังมีประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วยเพื่อให้สามารถหาข้อยุติในเรื่องนี้ได้
นางซู วิลเลียมส์ โฆษกยูเนสโก กล่าวว่า ข้อขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาในเรื่องประสาทพระวิหารเป็นประเด็นทวิภาคีโดยแท้ และคณะกรรมการมรดกโลกไม่มีอำนาจที่จะจัดการกับปัญหานี้ ส่วนที่มีการะบุว่า คณะกรรมการมรดกโลกได้รับรองแผนบริหารจัดการพื้นที่ของกัมพูชาแล้วนั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะคณะกรรมการไม่ได้รับ หรือให้ความเห็นชอบแผนการใดๆ สิ่งเดียวที่พูดได้คือมีการยื่นแผนดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ วิลเลียมส์ระบุด้วยว่า ประเทศสมาชิกทุกประเทศมีสิทธิที่จะถอนตัวออกจากการเป็นภาคียูเนสโก แต่ความเป็นไปได้ ที่จะถอนตัวของไทย จะไม่ส่งผลกระทบกับสถานะของมรดกโลกในประเทศแต่อย่างใด
ด้านสถานีวิทยุข่าวเอบีซีของออสเตรเลียรายงานว่า คณะกรรมการมรดกโลกได้ใช้ความพยายามที่จะไกล่เกลี่ยเพื่อให้ได้ข้อยุติในประเด็นความขัดแย้งเรื่องประสาทพระวิหารระหว่างไทย-กัมพูชาโดยคณะกรรมการมรดกโลก โดยให้เวลาอีก 1 ปีเพื่อให้ทั้งสองประเทศ ไปหาข้อสรุปในประเด็นที่ยังเห็นต่างเกี่ยวกับแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบประสาท และแม้กัมพูชาจะถูกบอกให้ยื่นแผนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมก่อนที่การหารือจะเริ่มขึ้น 6 เดือน แต่ในความเป็นจริงกัมพูชาเพิ่งจะเสนอแผนให้ที่ประชุมได้เห็นเพียง 24 ชั่วโมงก่อนการพิจารณาจะเริ่มขึ้นเท่านั้น
หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายไพ สีปาน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ระหว่างการหารือของนายซก อัน กับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัยพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยได้หารือนอกรอบสองฝ่ายระหว่างการประชุมที่กรุงบราซิลเลีย ฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอให้สองประเทศร่วมบริหารจัดการพื้นที่รอบประสาทพระวิหารทำให้นายซก อัน ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยที่ประชุมให้ความสำคัญไปกับประเด็นเรื่องอำนาจอธิปไตย อย่างไรก็ดีกัมพูชายินดีที่ยูเนสโกพยายามที่จะหาทางออกให้กับปัญหาขัดแย้งดังกล่าว ส่วนคำขู่ของไทยที่จะถอนตัวออกจากการเป็นภาคียูเนสโกถือเป็นการกระทำที่หยาบคายต่อองค์การระหว่างประเทศ และไทยจะไม่ได้อะไรจากการกระทำเช่นนั้น ขณะที่กัมพูชายึดมั่นในพันธกรณีที่จะดำเนินตามการตัดสินใจของคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป
"สุรเกียรติ์"แนะรบ.วางแผนเจรจากัมพูชาให้ดี
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แนะรัฐบาลเตรียมรับมือ หลังคณะกรรมการมรดกโลกมีมติเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไปอีก 1 ปี เพราะเวลา 1 ปีนั้นถือว่าน้อยมากสำหรับการเจรจาและทำความเข้าใจกับกัมพูชา และคณะกรรมการมรดกโลกก็ต้องทำหลายแนวทาง เพื่อไม่ให้ใช้วิธีรุนแรงและไม่ถูกต้อง เช่นการขู่วอล์กเอาต์เหมือนที่ผ่านมา
ไทยเตรียมขอเอกสารเขมรเสนอบริหารจัดการพระวิหาร
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนไทย กล่าวว่า หลังการประชุมที่บราซิลเสร็จสิ้น จะทำหนังสือไปยังศูนย์มรดกโลกเพื่อขอเอกสารต่างๆ ที่กัมพูชาเสนอเพื่อบริหารจัดการปราสาทพระวิหารมาศึกษา ว่ามีข้อมูลใดที่จะเป็นปัญหาต่อประเทศไทยบ้าง และจะหาโอกาสพูดคุยกับกัมพูชาอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อประสานความร่วมมือที่ดี และเร่งทำแผนโต้แย้งให้ตรงประเด็น เพื่อเสนอในการประชุมครั้งหน้าที่ประเทศบาห์เรน ซึ่งคาดว่าเอกสารนั้นคงมีจำนวนมาก และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเตรียมข้อโต้แย้ง
นอกจากนี้ ประเทศไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 36 ในปี 2012 หรือในปี 2 ปีข้างหน้า ต่อจากประเทศบาห์เรน



