
ไม่ใช่ชัยชนะแค่พักยก
ต้องเรียกว่าเป็นเพียงแค่ได้พักหายใจเท่านั้น เมื่อมติของคณะกรรมการมรดกโลกประชุมที่บราซิล ตัดสินให้เลื่อนการพิจารณาแผนจัดการเขาพระวิหารของกัมพูชาไป 1 ปี ให้ไปตัดสินกันที่การประชุมครั้งหน้าที่บาห์เรน
เรียกว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่งของคณะกรรมการฝ่ายไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประชาชนที่ออกมาคัดค้านประท้วงจนเสียงดังกึกก้องไปถึงยูเนสโก และบราซิล แต่นั่นไม่ได้แปลว่าปัญหาระยะยาวจะได้รับการแก้ไข เพราะท้ายที่สุดนั้นจะต้องไปลงที่รายละเอียดว่าจากนี้ไปไทยกับกัมพูชาจะคุยกันระดับทวิภาคีอย่างไรจึงไม่กลายเป็นเรื่องความระหองระแหงยืดเยื้อยาวนาน
ถ้าย้อนกลับไปดูการใช้แผนที่ 1 : 2 แสน นั่นคือจุดที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม การปักปันเขตแดนก็ต้องดำเนินไปให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการบริหารมรดกโลกที่เขาพระวิหาร
ทั้งสิ้นทั้งปวงนี้รัฐบาลไทยจะต้องทำงานกลับกลุ่มเอกชน เอ็นจีโอ และกลุ่มประชาสังคมที่เจาะลึกติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องของบูรณภาพแผ่นดิน เรื่องศักดิ์ศรีทางการเมืองและผลประโยชน์ทางธุรกิจอันสำคัญยิ่ง
ที่ผ่านมา 1 ปีก่อนจะเจอกับวิกฤติครั้งนี้ เพราะว่ารัฐบาลไทยไม่ได้เกาะติดและไม่ได้รายงานหรือสร้างความเป็นเอกภาพกับกลุ่มประชาชนเท่าที่ควร แม้กระทั่งแผนผังข้อเสนอของกัมพูชาที่จะนำไปสู่คณะกรรมการมรดกโลกที่บราซิลนั้น เชื่อไหมว่านาทีสุดท้ายไทยก็ยังไม่เห็นเลย แปลว่าการทำงานประสานกับฝ่ายกัมพูชามีปัญหาแน่นอน
ฉะนั้นอย่าถือว่านี่เป็นชัยชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เป็นเพียงแค่การพักยกเท่านั้น จากนี้ไปจนถึงการประชุมคราวหน้าไทยต้องทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและต้องพิงหลังประชาชนในทุกกรณี
สุทธิชัย หยุ่น



