
สารพันตำรวจ : "เนิร์สเซอรี่" ห้องกัก สตม.
หลายคนอาจยังเข้าใจผิดว่าสถานที่กักกันคนต่างด้าว คือ แดนสนธยาอันลึกลับและน่าหวาดกลัว ผู้ต้องกักนับพันชีวิตต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายหลังจากกระทำผิดกฎหมายไทย โดยเฉพาะชาวพม่า ลาว เขมร อาจมีสภาพอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ย่ำแย่หลังกำแพงเหล็กที่ปิดล็อกด้วยระบบอิเล็ก
ภายในกำแพงเหล็กห้องกักถูกแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ล้อมรอบด้วยลูกกรงเหล็กอย่างแน่นหนา เช่น ห้องโทรศัทพ์ ห้องกีฬาและออกกำลังกาย ห้องเยี่ยมญาติ ฯลฯ แถมยังมีห้องเนิร์สเซอรี่เล็กๆ ให้เด็กน้อยอายุตั้งแต่ 3-14 ปี มาร่วมทำกิจกรรมยามว่างอย่างเพลิดเพลิน ซึ่งเด็กๆ เหล่านี้เป็นเพียงผู้ติดตามผู้กระทำผิดเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ จึงต้องได้รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรม !
บก.สส.สตม.เข้าใจถึงสิทธิมนุษยธรรมอย่างเข้มข้น ที่สะท้อนไปถึงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประเทศ จึงเปิดพื้นที่ให้องค์กรเอกชนเข้ามาคลุกคลีให้ความช่วยเหลือผู้ต้องกักเหล่านี้อย่างถึงลูกถึงคน จัดพื้นที่ออฟฟิศเล็กๆ ให้บรรดาเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนเข้าถึงห้องกักเลยทีเดียว
องค์กรเอกชนเหล่านี้ ประกอบด้วย มูลนิธิพิทักษ์สตรี ทำหน้าที่คัดแยกเหยื่อชาวพม่า ลาว เขมร เวียดนาม ที่ถูกล่อลวงมาค้ามนุษย์ มูลนิธิผู้หญิง ทำหน้าที่คัดแยกเหยื่อชาวพม่า ลาว เขมร ที่เป็นหญิงและเด็ก องค์กรแมรี่โนลด์แห่งปรเะทศไทย และ สำนักงานเยสุฮิตสงเคราะห์ผู้ลี้ภัย ทำหน้าที่แจกอาหารผู้สูงอายุ ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ผู้ต้องกักกันที่อยู่นานเกิน 6 เดือน ที่ไม่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินกลับภูมิลำเนา รวมทั้งทำหน้าที่แจกยา อาหาร เสื้อผ้า ตลอดจนช่วยติดต่อสถานทูต ศูนย์ธารทิพย์ ทำหน้าที่ล่ามและแปลภาษาพม่า องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) ทำหน้าที่ดูแลเด็กใน สตม.แจกนม-ขนมและจัดอบรม
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ จะให้การช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ต้องกักกัน ซึ่งอยู่ภายใต้ความคุ้มครองในฐานะผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัย เพื่อหาทางแก้ไขที่ยั่งยืน สำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย ทำหน้าที่แจกของใช้ประจำวัน หนังสือ ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ มูลนิธิช่วยเหลือคนจีน คอยซื้อตั๋วเครื่องบิน ช่วยเป็นล่ามแปลภาษา โบสถ์อิแวนลิคอล กรุงเทพฯ ดูแลช่วยเหลือผู้ต้องกักกันสัญชาติเยอรมนี ตลอดจนสำนักงานแพทย์ตรวจคนเข้าเมือง ให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยในห้องกักทั้งหมด
"ห้องกักของเราได้มาตรฐานสหประชาชาติเทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว อาจจะมีเช็กลิสต์มาตรฐานห้องกัก 40 ข้อ ห้องกักเรามี 30 ข้อ ซึ่งมีบางเรื่องปลีกย่อย เช่น แยกขังเดี่ยว เราไม่มีพื้นที่พอก็ไม่สามารถทำได้ ที่สำคัญเราจะเน้นคุ้มครองสิทธิผู้ต้องกัก จะไม่ส่งกลับหากได้รับอันตราย และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาตรวจสอบการทำงานของเรา มีออฟฟิศให้องค์กรเอกชน มีหน่วยแพทย์ประจำ มีพื้นที่การออกกำลังกาย มีเนิร์สเซอรี่คอยดูแลเด็กๆ ที่ติดตามผู้กระทำผิดมา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มาอยู่ในห้องกักไม่ใช่จำเลยหรือผู้ต้องขัง หากนำพวกเขามาขังอีกเหมือนรับโทษซ้ำซากไม่มีมาตรฐาน" พ.ต.ท.ดร.พงษ์นคร นครสันติภาพ รอง ผกก.อก.บก.สส.สตม.แจงภาพรวมห้องกัก สตม.ตามหลักสิทธิมนุษยชน
โอกาสนี้ พ.ต.อ.ปรีชา แดงศิริรัตน์ ผกก.3 บก.สส.สตม.ได้พาชมบรรยากาศภายในห้องกักที่แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน แม้จะมีกลิ่นอับๆ โชยออกมาจากเรือนกักของกลุ่มชาวโรฮิงญาที่กำลังเล่นฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่อีกมุมหนึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องกักเกือบ 50 ชีวิตที่กำลังพูดคุยกับญาติในช่วงเวลาเยี่ยมผู้ต้องกัก
"นี่เป็นออฟฟิศขององค์กรเอกชนต่างๆ" พ.ต.อ.ปรีชาชี้ให้ดูห้องหับต่างๆ ที่ตั้งอยู่เป็นทิวแถวเบื้องหลักโซนเยี่ยมผู้ต้องกัก
"ส่วนชั้นสองจะเป็นเนิร์สเซอรี่ เวลาถ่ายถาพต้องระวังไม่ให้เห็นหน้าเด็กนะ" พ.ต.อ.ปรีชากำชับก่อนอนุญาตให้ขึ้นไปดูบรรยากาศการดูแลเด็กเล็กภายในสถานกักกันคนต่างด้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไอโอเอ็มกำลังจัดกิจกรรมยามว่างให้เด็กอายุ 3-14 ปีทั้ง 12 คน ที่ตั้งอกตั้งใจประดิษฐ์สร้อยลูกปัดคริสตัลตามจิตนาการ โดยทุกๆ 9 โมงเช้าของวันธรรมดาจะไปคัดแยกเด็กมาทำกิจกรรมต่างๆ ในห้องนี้ที่จำกัดได้เพียง 15 คนเท่านั้น
"ห้องนี้รองรับได้ไม่เกิน 15 คนเพราะพื้นที่ไม่เพียงพอ ส่วนเด็กคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มา เราก็ไปส่งนมและขนมให้ ห้องนี้เรียกว่าเดย์แคร์ (Daycare) สอนศิลปะ ทำกิจกรรมให้เด็ก พอเวลา 4 โมงเย็นก็ส่งเด็กคืนผู้ปกครอง ส่วนทุกวันพฤหัสบดีจะอบรมด้านสุขภาพ และให้ความรู้เกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมืองแก่ผู้หญิงเขมร ลาว ไทย" เจ้าหน้าที่ไอโอเอ็มแจงหน้าที่
"ที่นี่มีเด็กหมุนเวียนมาตลอด โดยเฉพาะเด็กเขมรจะกลับมาซ้ำ บางคนเคยเห็นตั้งแต่เล็กจนโตเลยก็มี (ฮา)" เจ้าหน้าที่ไอโอเอ็มบอกก่อนขอตัวกลับไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ ต่อ
นี่คือพื้นที่เล็กๆ ของเด็กๆ ที่ขาดอิสรภาพ แต่อาจเป็นพื้นที่แห่งอิสรภาพที่ยิ่งใหญ่ในจินตนาการของพวกเขา ?!!



