ข่าว

อภิสิทธิ์สั่งทุกหน่วยศึกษาแผนบริหารพระวิหาร

อภิสิทธิ์สั่งทุกหน่วยศึกษาแผนบริหารพระวิหาร

30 ก.ค. 2553

นายกฯสั่งทุกหน่วยเดินหน้าศึกษาแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารของกัมพูชาอย่างละเอียดใน 1 ปี ให้ ก.ต่างประเทศเร่งเคลียร์กัมพูชา

 เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 30 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการ พื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหารของประเทศกัมพูชา ออกไปเป็นการประชุมครั้งหน้า ที่ประเทศบาห์เรน ในปี 2554 ว่า ตนถือโอกาสนี้ขอบคุณประชาชนจำนวนมากที่แสดงออกถึงความรักและหวงแหนอธิปไตย และผืนแผ่นดินด้วยความห่วงใยที่ว่าจะมีผลกระทบจากมติของคณะกรรมการมรดกโลก

 ตนเรียนว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เดินทางไปก็ทำงานหนัก และตนได้ติดตามใกล้ชิดอยู่ตลอดจึงถือโอกาสขอบคุณคนเหล่านั้นด้วย ทั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนว่ากัมพูชามีความมุ่งมั่นในการเดินหน้าการส่งแผนบริหารจัดการ พื้นที่ของปราสาทพระวิหารต่อคณะกรรมการมรดกโลก ขณะเดียวกันก็ชัดเจนมากขึ้นจากเอกสารของเขาเองว่าเขาไม่สามารถส่งแผนที่ซึ่งเป็นแผนที่เรามีปัญหามาตลอด เข้าไปได้จนกว่าจะดำเนินการจัดทำหลักเขตแดน หมายความว่าบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อปี 2543 จะเป็นตัวที่จำกัดไม่ให้เขาเข้าไปดำเนินการใช้แผนที่ที่มีปัญหาไปอ้างอิงในการบริหารจัดการพื้นที่ได้

 นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า แต่ที่ผ่านมา เราก็มีความกังวลและไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่มักมีการรวบรัดในการส่งเอกสารกระทันหันไปจนถึงการมองข้ามความละเอียดอ่อนในเรื่องของอธิปไตย ซึ่งครั้งนี้ทั้งรัฐบาลและประชาชนได้แสดงออกอย่างชัดเจน ซึ่งตนคิดว่าทั้งหมดจึงเป็นผลให้คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการตัดสินใจใน เรื่องนี้ไปอีก 1 ปี

 อย่างไรก็ตาม จากวันนี้ไปในช่วงเวลา 1 ปี เราจะสามารถนำเอกสารที่กัมพูชายื่นเข้ามาไปศึกษาได้โดยละเอียดเพื่อที่จะได้ มีการให้ความเห็นที่ครบถ้วนรอบด้านกับบรรดาคณะกรรมการมรดกโลก ดังนั้น ทุกหน่วยงานต้องพร้อมในการศึกษาข้อเสนอต่างๆของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเราไม่เคยมีโอกาสแบบนี้มาก่อน และต้องทำให้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาดังกล่าว เราจะสามารถที่จะบริหารจัดการพื้นที่ได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ เมื่อตัวเอ็มโอยูเมื่อปี 2543 เป็น เครื่องมือสำคัญที่ทำให้กัมพูชายอมรับว่าการจัดทำเขตแดนยังไม่เสร็จ เราก็จำเป็นต้องยึดถือตัวนี้ เพราะเอ็มโอยูเป็นประโยชน์กับเราในการป้องกันไม่ให้มีการรวบรัดของการมาบอก ว่าเขาสามารถบริหารจัดการได้ในพื้นที่โดยรอบปราสาทฯ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเอ็มโอยู
 
 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ตามเจตนาของเอ็มโอยูนี้ที่ไม่ให้มีการเข้าไปในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถที่จะกำหนดหลักเขตแดน ก็ต้องไปดำเนินการตรงนี้ให้มีความเข้มงวดกวดขันมากขึ้น ดังนั้น การตรวจสอบปัญหาการตั้งชุมชนหรือมีคนเข้ามาอยู่ จะเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงการต่างประเทศจะย้ำในเรื่องนี้ด้วยการไปพูดคุยเพื่อส่งสัญญาณให้ชัดว่าเราต้องการเห็นการเคารพตามเจตนารมณ์ของเอ็มโอยู ซึ่งตนได้บอกว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้มงวดกวดขันมากขึ้น

 “ผม คิดว่าในเรื่องนี้ สิ่งหนึ่งที่กรรมการหลายคนได้รับทราบแล้ว คือ การผลีผลามดำเนินการในเรื่องนี้ทั้งที่หลักเขตแดนยังไม่ชัด มีสิ่งที่ตามมาคือจากสถานที่ที่เคยมีคนไปท่องเที่ยวได้ กลับกลายเป็นสถานที่ที่คนมาปะทะกันกระทั่งมีกรเสียชีวิตไปแล้ว อีกทั้ง เราได้ทักท้วงไปทั้งที่เป็นหนังสือหรือจากการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการใน ช่วงการประชุมที่ผ่านมา ให้เขารับทราบปัญหาจริงๆในพื้นที่และความตึงเครียดด้วย และการที่เรามีข้อตกลงที่ทางกัมพูชายอมรับว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนสภาพ พื้นที่ตรงนี้ได้จนกว่าจะมีการดำเนินการเสร็จสิ้นตามขั้นตอนของเอ็มโอยู ดังนั้นตรงนี้เป็นประโยชน์ทั้งสิ้นกับการผลักดันทำความเข้าใจต่อไป”นายก รัฐมนตรี กล่าว

 เมื่อถามถึงการที่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี)ไทย-กัมพูชา ยังไม่สามารถเดินหน้าการจัดทำเขตแดน เพราะรัฐสภายังไม่ได้รับทราบผลการประชุมเจบีซีครั้งที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องกระบวนการของเราที่เราต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อถามต่อว่าจะมีการประสานไปยังรัฐสภาหรือไม่ เพื่อให้มีการเลื่อนวาระการพิจารณาเรื่องนี้เร็วขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราดูตามความเหมาะสม
 
 ต่อข้อถามว่ามีความเป็นไปได้ในการที่ทั้ง 2 ประเทศจะพูดคุยกันเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนมีเรื่องของมรดกโลกก็เคยมีการเปิดให้ประชาชนของทั้ง 2 ฝั่งสามารถไปเที่ยว และทั้ง 2 ฝ่ายช่วยกันดูแลตัวปราสาทและพื้นที่ที่ เกี่ยวข้องได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่และไม่กระทบกับสิทธิเรื่องอธิปไตยของใคร แต่เมื่อมีมรดกโลก กัมพูชาก็พยายามผลักดันเพื่อที่จะอ้างความชอบธรรมและดึงชาติอื่นๆเข้ามาบริ หารจัดการตรงนี้ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่สามารถผลักดันตรงนั้นให้คืบหน้าได้จากการ ที่เราสามารถทำให้คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารพื้นที่ฯ เมื่อถามว่าผลที่กัมพูชาเสียเปรียบเรา จะทำให้กัมพูชายอมรับเงื่อนไขของเราหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนอยู่กับความเป็นจริง

 เมื่อถามว่ารู้สึกหนักใจหรือไม่ต่อการที่ประเทศมหาอำนาจสนับสนุนกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มติดังกล่าวของคณะกรรมการมรดกโลกแสดงให้เห็นว่าเรายังสามารถโน้มน้าวให้เขา ได้เห็นข้อเท็จจริงจากมุมมองของฝ่ายเรา ซึ่งทำให้คณะกรรมการฯมองเห็นว่าไม่สามารถที่จะเดินตามแนวที่เขากำหนดล่วง หน้ามาได้
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะถือโอกาสพูดคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ในเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็พบปะพูดคุยกันดี และเคยพูดกันชัดว่าควรหลีกเลี่ยงการปะทะกัน อีกทั้งควรแยกปัญหานี้ที่เป็นปัญหาใหญ่ออกจากความสัมพันธ์ในภาพรวม แต่หลังจากที่มีเหตุหรือปัญหาอื่นแทรกซ้อนเข้ามา ทำให้มีผลกระทบต่อการดำเนินความสัมพันธ์ ทั้งนี้ ตนมีกำหนดที่จะพบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในเดือน ก.ย.นี้ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าขณะนี้ยังไม่มีการคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ในเรื่องการเสนอแผนของกัมพูชาใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รอดูกระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการ