ข่าว

ถาวรเร่งแก้อุปสรรคพัฒนาด่านแดนไทย-มาเลเซีย

ถาวรเร่งแก้อุปสรรคพัฒนาด่านแดนไทย-มาเลเซีย

30 ก.ค. 2553

นายกฯเผยสถานการณ์ชายแดนใต้ลด 20% ยอมรับให้ลดลงอีกเป็นเรื่องยาก

(30ก.ค.) นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ภายหลังติดตามเร่งรัดแผนพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในส่วนโครงการพัฒนาด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย  ได้สั่งการฝ่ายคุมงานทั้งกรมศุลกากรและ กรมโยธาธิการและผังเมืองเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันกับงวดงานตามสัญญา ส่วนปัญหาอุปสรรคในการขอใช้พื้นที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานข้ามกระทรวง เช่น โครงการด่านสะเดาได้หารือกับอธิบกรมป่าไม้เพื่อขอใช้พื้นที่ประมาณ 20 ไร่ รวมถึงเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อเกษตรกร (สปก.)  ส่วนการจ่ายผลอาสินกับประชาชนได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอรวมถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปเจรจาให้แล้วเสร็จ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า  ในกรณีด่านตากใบซึ่งมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว 15  เปอร์เซ็นต์แต่ผู้รับเหมาช่วงไม่สามารถทำงานได้นั้นได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งรัดผู้รับเหมาหลักแล้วไปก่อสร้างแล้ว ขณะที่ด่านบูเก๊ะตา ซึ่งมีปัญหาร้องเรียนเรื่องการประกวดราคาขณะนี้มีการประกวดราคาใหม่จนได้ผู้รับจ้างแล้วคาดว่าจะมีการลงนามประมาณกลางเดือนสิงหาคมนี้

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า  ได้สั่งการด่านของกรมศุลกากรที่มีปัญหาเรื่องที่ดิน ปรับแผนงานให้เหมาะสมโดยแบ่งการดำเนินงานเป็นเฟสและให้ดำเนินการในเฟสที่ไม่มีปัญหาเพื่อความรวดเร็วของงานและควรเร่งรัดจัดซื้อและเวนคืนที่ดินก่อนดำเนินการก่อสร้างอาคารต่อไป

นายกฯเผยสถานการณ์จชต.ลด20%

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งกับคณะผู้นำศาสนาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 160 คน ที่เข้าเยี่ยมคารวะ ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาลว่า ตนเชื่อว่าองค์กรและผู้นำทางศาสนาจะทำการแก้ปัญหาสำเร็จในการเผยแพร่หลักคำสอนตามหลักศาสนาซึ่งเป็นหลักของการพัฒนาคนเพื่อนำไปสู่ความสันติสุขอย่างแท้จริง ตนเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าท่านเป็นหลักต่อสังคมเพราะมีเกียรติได้รับความเคารพจากคนในพื้นที่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนจึงมีความสามารถในการเผยแพร่ศาสนาและเชิญชวนให้คนทำความดีเพื่อส่วนรวมและสถาบันหลักของชาติ

 นายกฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรัฐบาลนับจากเข้ามาบริหารแผ่นดินก็ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตระหนักดีว่าปัญหาที่สะสมมานานต้องใช้เวลาและความแน่วแน่อดทน โดยยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เข้าใจเข้าถึงพัฒนา” เป็นหัวใจในการแก้ไขปัญหานี้ ทั้งนี้รัฐบาลมีแนวทางที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาคือแบ่งเป็นสองส่วน คือการพัฒนาและอำนวยความยุติธรรม เพราะเราเชื่อว่าการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจริงๆคือทั้งสองสิ่ง อย่างไรก็ตามการก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้พบว่าการก่อเหตุลดลงร้อยละ 20 แม้เป็นแนวโน้มที่ดีแต่ถือว่าการก่อเหตุยังมีจำนวนมากและต้องยอมรับว่าการลดตัวเลขลงไปอีกนับวันจะยากขึ้น

 นายกฯ กล่าวถึงการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ว่า เราทราบดีกว่ากฎหมายหรือความจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงดูแลเพื่อปกป้องความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นในการแก้ปัญหา เหมือนรัฐบาลเผชิญกับปัญหาวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ เราก็ทราบมาโดยตลอดว่า คำว่ากฎหมายพิเศษต้องพิเศษไม่ใช่กฎหมายที่ใช้ในสภาวะที่ปกติ และใช้ไม่ใช่รู้จบรู้สิ้น เมื่อมีความสำเร็จเป็นรูปธรรม ตัวบ่งชี้ก็คือการลดกำลังในพื้นที่บวกกับการยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งทุกหน่วยงานก็ขานรับแนวทางนี้

 นายกฯ กล่าวถึง การอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่อีกว่า แม้จะมีการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษแต่เจ้าหน้าที่ต้องใช้อำนาจที่ต้องมีการบันทึกเป็นระบบ ทั้งระบบการร้องเรียน เยียยวยา และหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้รับการตรวจสอบสอบสวนอย่างโปร่งใสและต้องมีการรับผิดชอบทางใดทางหนึ่ง ทั้งนี้จากการที่ตนพบกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ลงไปสังเกตการณ์ ก็เรื่มเห็นแนวทางความเปลี่ยรแปลง แต่ก็ถูกท้าทายจากผู้ไม่ต้องการความสงบ จึงย้ำเตือนเจ้าหน้าที่ว่าแม้ถูกยั่วยุต้องไม่ออกจากแนวทางนี้ ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาสู่ความสำเร็จ

 “เราได้ยกเลิกกฎอัยการศึกใน 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาแล้ว โดยนำกฎหมายความมั่นคงไปใช้แทน ซึ่งจะทำให้คนที่กระทำผิดสามารถเข้ามามอบตัวและเข้าสู่กระบวนการที่ศาลนำไปสู่การอบรม เป็นการสมานฉันท์ ซึ่งกระทรวงยุติธรรม กำลังดำเนินการและเตรียมประกาศให้ทราบถึงแนวทางเพื่อเสริมสร้างกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงและเกาะติดสถานการณ์”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวถึงนโยบายต่างๆของรัฐบาลในพื้นที่ว่า จะต้องเป็นรูปธรรมจับต้องสัมผัสได้ ซึ่งคณะกรรมการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ จัดทำแผนครอบคลุมถึงปี 2555 ซึ่งจะมีการดำเนินการที่เป็นตัวเลขที่วัดได้ในการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ให้เทียบเคียงกับประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาปีเศษจากการติดตามหลายพิ้นที่มีความสำเร็จอย่างดีที่มีการทำอย่างละเอียด ตนมั่นใจว่าไม่เพียงแต่ความเป็นอยู่และรายของประชาชนดีขึ้น เท่านั้นแต่จะทำให้ประชาชนมั่นใจไว้ว่างใจรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐมากขึ้นซึ่งมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ

 “รัฐบาลมีแขนขามากอย่างไร แต่ท่านคือศูนย์รวมของแต่ละชุมชนในการสนับสนุนการเสริมสร้างสันติสข ท่านจึงมีความหมายอย่างยิ่ง และขอให้ความร่วมมือ ขอให้นำความตั้งใจและความห่วงใยของรัฐบาลไปบอกเล่ากับประชาชนในการให้ความร่วมมือภาครัฐ ผมขอให้กำลังใจทุกท่านในการปฏิบัติภารกิจของท่านต่อไป”นายอภิสิทธิ์ กล่าว