ข่าว

แม่ทัพภาค2ยันหลีกเลี่ยงปะทะ-ใช้ความรุนแรง

แม่ทัพภาค2ยันหลีกเลี่ยงปะทะ-ใช้ความรุนแรง

30 ก.ค. 2553

แม่ทัพภาคที่ 2 เผยห่วงกระแสความเห็นต่างนานาประเทศ กดดันความรู้สึกประชาชนไทย-กัมพูชา หลังคณะกรรมการมรดกโลกประกาศเลื่อนพิจารณาประเด็นขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร ยันสถานการณ์ยังปกติทั้งสองฝ่ายต่างหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง

(30ก.ค.) พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2    กล่าวว่า หลังจากที่มีการประกาศเลื่อนการพิจารณาขึ้นทะเบียนพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยรอบเข้าพระวิหารให้เป็นพื้นที่มรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งหน้าว่า จากนี้ไปคาดหวังว่าสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนน่าจะดีขึ้น แต่ยอมรับว่ายังมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับกระแสความเห็นของประชาชนในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจจะมีความเห็นในเรื่องนี้ที่แตกต่างกันออกไป และฝ่ายที่เห็นต่างจากฝ่ายไทยก็อาจจะมีการสร้างกระแสต่อต้านกดดันเกี่ยวกับมติการเลื่อนพิจารณา   อันอาจจะส่งผลต่อบรรยากาศและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยและกัมพูชา

  ส่วนแนวโน้มที่ชัดเจนถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนหลังจากนี้ เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ลำบาก แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตามทางกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อรักษาดินแดนของไทยเอาไว้ให้ได้ โดยจะใช้มาตรการเคยกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ คือการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารและประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันขึ้น และหลีกเลี่ยงที่จะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ซึ่งในจุดนี้ทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชาเองก็ต่างมีความเห็นตรงกันและยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ซึ่งกำลังทหารทั้ง 2 ประเทศ ก็จะประจำอยู่ในพื้นที่ของตนเองไม่มีการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของอีกฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ส่วนการเจรจาตกลงในเรื่องของเขตแดนนั้น ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศที่จะตกลงพูดคุยกัน และควรที่จะเร่งตกลงกันให้ได้โดยเร็ว เพราะหากสามารถตกลงเรื่องของเส้นเขตแดนได้ ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายลง

  สำหรับความสัมพันธ์ของประชาชนตามแนวชายแดนของ 2 ประเทศนั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นปกติ ตามจุดผ่านแดนถาวรรวมถึงจุดผ่อนปรนต่างๆ ประชาชนทั้ง 2 ประเทศยังคงไปมาหาสู่กันได้ตามปกติแต่ยอมรับว่าอาจมีบางจุดที่ทางกองทัพต้องขอร้องไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชายแดนฝั่ง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงและประชาชนอาจจะได้รับอันตรายจากกับระเบิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของเขตแดน ส่วนเหตุการณ์ที่มีการเผาเถียงนา ในพื้นที่บ้านสวนส้มแป้น อ.กันทรรักษ์

 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.2553 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของเส้นเขตแดน โดยเถียงนาดังกล่าวเป็นที่พักชั่วคราวของผู้ที่เข้าไปหาของป่าเพื่อประทังชีวิตสร้างขึ้น ส่วนจะเป็นฝีมือของใครและมีจุดประสงค์เพื่ออะไรนั้น ทางกองทัพได้กองกำลังซึ่งอยู่ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาอีก โดยในเบื้องต้นก็ได้ขอร้องให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวอย่าเข้าไปใกล้พื้นที่เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

กลุ่มคนลำปางรักแผ่นดินไทยฯยื่นหนังสือค้านตีตราพระวิหาร

 เมื่อเวลา 13.30 น. วัน ที่ 30 ก.ค. 2553  ที่บริเวณด้านหน้ามทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง ถนนลำปาง-งาว ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง  นางพิสมัย วัฒนโชติ แกนนำกลุ่ม "คนลำปางรักแผ่นดินไทย ร่วมปกป้องอธิปไตยเขาพระวิหาร"  พร้อมสมาชิกกลุ่มฯได้พากันมารวมตัวเพื่อยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้บัญชาการ มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง  โดยแกนนำได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียง พร้อมถือป้ายผ้าสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลไทย ในการคัดค้านการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวของกัมพูชา  พร้อมเสนอให้ผลักดันกัมพูชาหากออกนอกพื้นที่ของประเทศไทย  นอกจากนี้ยังเชิญชวนคนไทยร่วมผูกริบบิ้น หรือสัญลักษณ์สีธงชาติ เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้าน

 จากนั้นทางตัวแทน ของ มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ลำปาง  โดย พ.ต.ชูเกียรติ มีโฉม นายทหารประชาสัมพันธ์  ออกมามารับมอบหนังสือจากแกนนำ   โดยหนังสือมีเนื้อหาขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาปิดทางขึ้นพร้อมผลักดันกัมพูชาออกไปจากพื้นที่ของประเทศไทย  เพื่อมิให้กัมพูชาเข้ามาหาประโยชน์ในพื้นที่

 นางพิสมัย แกนนำกลุ่ม "คนลำปางรักแผ่นดินไทย ร่วมปกป้องอธิปไตยเขาพระวิหาร"  กล่าวว่า  ประชาชนชาวไทยรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องเขาพระวิหาร  ถึงแม้ยูเนสโกจะเลื่อนเวลาในการพิจาณาออกไปแล้วก็ตามแต่ข้อพิพาทยังไม่จบ "  คิดว่ากัมพูชาไม่หยุดนิ่งแน่นอน   ซึ่งคนไทยคงยอมรับไม่ได้หากดินแดนตกเป็นของเพื่อนบ้านซึ่งบรรพบุรุษเสียชีวิตแลกมาไว้ให้กับลูกหลาน "  นางพิสมัย กล่าว

 หลังจากนั้นกลุ่มคนลำปางรักแผ่นดินไทย ร่วมปกป้องอธิปไตยเขาพระวิหาร  ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางอีกหนึ่งฉบับ