ข่าว

คลังลุ้นจีดีพีไตรมาส2โต8%ส่งออกหนุน-คาดทำงบสมดุลได้เร็วขึ้น

คลังลุ้นจีดีพีไตรมาส2โต8%ส่งออกหนุน-คาดทำงบสมดุลได้เร็วขึ้น

29 ก.ค. 2553

คลังใจชื้นเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ไม่ทรุดแรงอย่างที่คาด ได้ส่งออกเป็นตัวผลักดัน ขณะที่ท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็ว มองจีดีพีขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% เล็งปรับเป้าทั้งปีใหม่ในเดือนกันยายนนี้ คาดทำงบสมดุลได้เร็วขึ้นก่อนปี 58

 นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นในแทบทุกหมวดสินค้าและทุกตลาด ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศปรับตัวดีขึ้นทั้งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน เห็นได้จากผลการจัดเก็บภาษีที่สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และภาคการท่องเที่ยวที่มีความกังวลก่อนหน้านี้ พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาเร็วกว่าที่คาด โดยเดือนมิถุนายนติดลบเพียง 1.1% ส่วนกรกฎาคมเริ่มกลับมาขยายตัวเป็นบวก 11.5% โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเอเชียใต้ จีน อินเดีย ปลายปีมองว่ากลุ่มยุโรปจะกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

 “จากตัวเลขเดือนมิถุนายนที่พลิกกลับมาดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2 ติดลบเพียง 3.6% จากที่ประเมินไว้ติดลบ 15-20% ด้วยซ้ำหลังเกิดเหตุการณ์เดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้จีดีพียังเติบโตต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงจากไตรมาสแรก แต่ไม่น่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 8%” นายสาธิต กล่าว

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนมิถุนายนขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเห็นได้จาการนำเข้าสินค้าทุน เช่น เครื่องจักรต่างๆ ส่วนการบริโภคในประเทศก็ปรับตัวดีขึ้นเห็นได้จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและยอดการจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้น

 “เดิมมองว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะชะลอตัวลง แต่จากเครื่องชี้ต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่ายังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบน้อยกว่าที่คาดไว้ ส่วนไตรมาส 3 ก็น่าจะยังขยายตัวได้ดีจากการส่งออกที่เป็นแรงขับเคลื่อน แต่ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและการดำเนินนโยบายของบางประเทศที่ลดรายจ่ายและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย” นายเอกนิติ กล่าวและว่ากระทรวงการคลังจะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ใหม่อีกครั้งเดือนกันยายนนี้ โดยแนวโน้มน่าจะมีการขยายตัวดีขึ้น

 นอกจากนั้น จากผลของการขยายตัวของจีดีพีที่ดีและการจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมายที่วางไว้กว่า 2.4 แสนล้านบาทจึงคาดว่ากรอบการทำงบประมาณสมดุลเพื่อรักษาวินัยทางการคลังนั้น อาจจะเร็วกว่า 5 ปีที่วางไว้หรือปี 2558 ซึ่งมองว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 4.5% ต่อปีและสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีน่าจะลดลงเหลือไม่ถึง 60% อย่างแน่นอน