ข่าว

ถก"เมติ"วางระบบสินค้า2ทางคาดไทยออกหลักเกณฑ์ชัดปีนี้

ถก"เมติ"วางระบบสินค้า2ทางคาดไทยออกหลักเกณฑ์ชัดปีนี้

29 ก.ค. 2553

"พรทิวา" พบ รมว.การค้าญี่ปุ่น หรือ เมติ หารือจัดวางระบบบริหารนำเข้าส่งออกสินค้าสองทางที่ชิ้นส่วนใช้เป็นส่วนประกอบอาวุธสงครามได้ หลัง ครม.ไฟเขียวให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแกนหลัก คาดชัดเจนปลายปีนี้

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ได้เข้าพบปะกับนายมาซายูกิ นาโอชิมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม หรือ เมติ ของญี่ปุ่น โดยพูดคุยถึงการจัดวางระบบบริหารการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ซึ่งคณะรัฐมนตรีของไทยได้เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการจัดวางระบบดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความเชื่อมโยงกับการค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก

 ทั้งนี้ ทางญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากว่า 20 ปี เมื่อไทยมีระบบดังกล่าวก็จะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนญี่ปุ่นให้มาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งทางญี่ปุ่นยินดีที่จะให้การสนับสนุนไทยในการพัฒนาระบบดังกล่าว โดยจัดส่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่เจ้าหน้าที่ของไทยอย่างต่อเนื่อง

 ส่วนความคืบหน้าของไทยนั้น ครม.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลในเชิงนโยบาย ซึ่งจะมีการจัดทำรายการสินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้าสองทาง ที่ต้องมาขออนุญาตนำเข้าส่งออกกับกรมการค้าต่างประเทศ จากนั้นจะออกประกาศกระทรวงเพื่อบังคับใช้ต่อไป คาดว่าน่าจะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้นภายในปลายปีนี้ ส่วนกฎหมายหลักมีอยู่ใช้แล้วคือ พ.ร.บ.นำเข้าและส่งออก

 นางพรทิวากล่าวอีกว่า ทางเมติยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาลดภาษีรถยนต์เครื่องขนาดมากกว่า 3,000 ซีซี ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) ที่ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งชี้แจงว่าได้มีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2553 แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนฝ่ายไทยได้ขอให้ญี่ปุ่นพิจารณาปรับปรุงแหล่งกำเนิดสินค้าสับปะรด ให้มีความยืดหยุ่นสามารถรองรับสับปะรดขนาดใหญ่ของไทยได้ และขอให้เพิ่มโควตานำเข้าเนื้อสุกรแปรรูป ซึ่งทางฝ่ายญี่ปุ่นจะรับเรื่องนี้ไปแจ้งให้กระทรวงเกษตรที่รับผิดชอบต่อไป