ข่าว

โค้ชหรั่ง”ร่างแผน
ดันแข้ง ยช. 19 ปี
ลุยบอลโลก 2018

โค้ชหรั่ง”ร่างแผน ดันแข้ง ยช. 19 ปี ลุยบอลโลก 2018

30 ก.ค. 2553

"โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตโค้ชทีมฟุตบอลชาติไทย เสนอแผนบอลไทยสู่บอลโลก ดันนักเตะ 19 ปี พัฒนาต่อเนื่องสู่บอลโลก 2018 พร้อมประสาน ม.มหิดล ทำหลักสูตรการเรียนการสอนฟุตบอลแบบเข้มข้น ฝันมีมหาวิทยาลัยลูกหนังในอนาคต


 นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่ากากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา ร่วมประชุมด้วย หลังจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีโครงการพัฒนาฟุตบอลไทยไปสู่ระดับโลก ภายในปี 2014 จึงได้เชิญ “บิ๊กเปี๊ยก” นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมหารือถึงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาฟุตบอลไทยทั้งระบบ
 "บิ๊กเปี๊ยก” กล่าวว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีแผนนำเสนอการบริหารจัดการสมาคม ที่เรียกว่า”วิชั่นไทยแลนด์ 2008-2012” ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี มีเป้าหมาย คือการสร้างฟุตบอลเป็นกีฬาประจำชาติ, พัฒนาฟุตบอลลีกภายในประเทศให้ได้มาตรฐาน และทีมชาติไทยได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายในปี 2018 หรือ 2022 โดยเบื้องต้นต้องสร้างนักฟุตบอลไม่ต่ำกว่า 3,000 คน เพื่อเป็นตัวเลือกให้ทีมชาติไทย
 นอกจากนี้ “โค้ชหรั่ง” นายชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตโค้ชทีมฟุตบอลชาติไทย ปัจจุบันเป็น ผอ.สถาบันพัฒนาบุคลากร สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) ได้เสนอแนวทางพัฒนาทีมฟุตบอลไทยสู่ความเป็นเลิศ ปี 2014 โดยจะต้องมีการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา 3 ชุดคือ ชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี, 19 ปี และ 23 ปี  ซึ่ง “โค้ชหรั่ง” กล่าวว่า ทีมเยาวชน 19 ปี ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่เวียดนาม มีโอกาสประสบความสำเร็จที่สุด และควรส่งเสริมให้เข้าไปเล่นฟุตบอลเยาวชนโลก ปี 2014 ก่อนต่อยอดไปถึงฟุตบอลโลกปี 2018 หรือ 2022 ซึ่งนักเตะจะอยู่ในช่วงที่มีพัฒนาการสูงที่สุดพอดี
 โค้ชหรั่ง กล่าวอีกว่า ปัญหาของนักเตะไทยคือ ขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องเลือกระหว่างการเรียนกับการเล่นฟุตบอล จึงต้องมีการปรับทัศนคติเรื่องนี้โดยด่วนทั้งนักเตะ และผู้ปกครอง โดยปัจจุบันฟุตบอลอาชีพในไทย สามารถสร้างรายได้ให้นักเตะได้ค่อนข้างมาก และสามารถหาเลี้ยงชีพได้ ซึ่งตนได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล วางหลักสูตรการเรียนการสอนฟุตบอลแบบเบ็ดเสร็จในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะเป็นการสอนเกี่ยวกับฟุตบอลโดยเฉพาะ และจะเสนอให้นำหลักสูตรนี้ไปใช้ในโรงเรียนกีฬาและสถาบันการพลศึกษา หรือตั้งมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับฟุตบอลในอนาคต
 สำหรับความคืบหน้าการเตรียมการเป็นเจ้าภาพฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 นั้น “บังมาด” นายสามารถ มะลูลีม อุปนายกสมาคมฟุตบอลขอให้กระทรวงเร่งประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก 2012 พร้อมทั้งดำเนินการประสานงานจัดสร้างสนามฟุตซอลแห่งใหม่ ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน พื้นที่ 35 ไร่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นตัวเลือกแรก หรือที่สวนรถไฟ ซึ่งควรดำเนินการทันทีเพราะเหลือเวลาอีกเพียง 2 ปีเท่านั้น