
คนสนิทเมียธาริตไม่หนักใจ"เม้ง"สาบานโอนเงินให้
คนใกล้ชิด"วรรษมล"เมีย"ธาริต" ปัด ไม่หนักใจ "เม้ง" โผล่สาบานโอนเงินเข้าบัญชี 1.5 แสน งง ! หากมีหลักฐานแต่เพิ่งปูด หลังมีเงินผ่านเข้าบัญชีตั้งแต่ ปี 51 อุ๊บไต๋เอาผิด"จตุพร"คดีหมิ่น ระบุ อธิบดี"ธาริต - เมีย" แค่ใช้สิทธิ์ปกป้องการทำงาน ไม่คิดราวีใคร "ธาริต"
เมื่อวันที่ 29 ก.ค.53 แหล่งข่าวใกล้ชิดนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยานายธาริต อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยนำตัวนายธีรชัย ธำรงพงศกร หรือเม้ง มาสาบาน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ที่โอนเงิน 1.5 แสนบาท เข้าบัญชีนางวรรษมล เพื่อเคลียร์คดีเรียกคืนภาษี 1.7 ล้านบาทว่า ไม่หนักใจอะไร เพราะเราจัดเตรียมเอกสารไว้พร้อมที่จะชี้แจงให้เห็นว่า เงินที่โอนนั้นไม่ใช่การเรียกรับสินบน ส่วนจะเป็นค่าอะไรนั้นไม่อยากเปิดเผยเวลานี้เพราะจะกระทบรูปคดีที่ฟ้องหมิ่นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยต่อศาลอาญา โดยยอมรับว่ามีเงินโอนเข้ามาจริง แต่น่าสังเกตว่าหากเป็นการเรียกรับสินบน แล้วเหตุใดไม่ร้องเรียนหรือดำเนินการให้ข้อมูลตั้งแต่แรก ซึ่งเหตุเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2551 กลับนำมากล่าวอ้างในช่วงนี้ที่นายธาริต ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ที่สำคัญมีการอ้างว่า มีการให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ พร้อมหมายเลขบัญชี ซึ่งหากมีการเรียกรับสินบน คงเสี่ยงเกินไปและถ้าจะทำผิด เงิน 1.5 แสนบาทถือว่าจำนวนไม่มาก น่าจะเลือกใช้วิธีการจ่ายเป็นเงินสด ไม่มีสลิปโอนเงิน ดีกว่าที่มีหลักฐานมัดตัว
แหล่งข่าวใกล้ชิด กล่าวอีกว่า ฝ่ายนายจตุพรจะนำนายธีรชัย มาร่วมเป็นพยานคดีที่ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาทด้วยหรือไม่ ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเราเตรียมเอกสาร และพยานบุคคลที่จะเบิกความไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ในเวลานี้ ซึ่งศาลอาญา นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 6 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น.
“ที่ยื่นฟ้องคุณวรรษมล และท่านอธิบดีไม่ได้ต้องการจะมีเรื่องกับใคร เพราะไม่ใช่นักการเมือง เราเป็นข้าราชการประจำ ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลเราก็ต้องทำงานตามหน้าที่ ซึ่งการยื่นฟ้องเป็นการปกป้องตนเองตามสิทธิกฎหมายที่มี เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งรบกวน มากระทบการทำงาน ส่วนที่จะมีการแจ้งความกลับ หรือฟ้องกลับเรื่องให้การเท็จหรือไม่ ทั้งคุณวรรษมล และท่านอธิบดี ยังไม่เคยหารือเรื่องนี้” แหล่งข่าวใกล้ชิด ระบุ
เมื่อถามว่า คดีที่ฟ้องกัน หากมีการไต่สวนจำเป็นต้องขอให้มีการตรวจพิสูจน์หลักฐานเอกสารอีกฝ่ายด้วยหรือไม่ แหล่งข่าวใกล้ชิด กล่าวว่า เราก็มีเอกสารของเรา กระบวนการเหล่านี้ก็ต้องไปว่ากันในชั้นศาล
เมื่อถามว่า คดีหมิ่นประมาท หากศาลแนะนำให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ย จะเป็นไปได้หรือไม่ แหล่งข่าวใกล้ชิด กล่าวว่า หากจะลองเจรจากันไม่มีปัญหา เพราะเราไม่ได้มีความมุ่งหมายที่จะหาเรื่องใคร แต่ถ้าการเจรจาพบว่าเข้าใจผิดกันในข้อมูลที่มีอยู่ หรือข้อมูลที่มีนั้นคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ก็ควรต้องยอมรับความผิดพลาดนั้น และแก้ไขข่าวให้ถูกต้องเสียใหม่
"ธาริต"โอดข่าวร้ายถาโถมใส่ครอบครัว
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบโต้นายจตุพรผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ที่ออกมากล่าวหานางวรรษมลภรรยาของตน เพราะเขามากันเป็นกองทัพ มีพรรคการเมือง ส.ส. และสื่อมวลชน ขณะที่ภรรยาของตนตัวคนเดียว ครอบครัวของตนก็เป็นเพียงครอบครัวเล็กๆ เท่าที่ได้สอบถามภรรยาเขายืนยันว่าสามารถอธิบายถึงที่มาของเงินที่โอนเข้าบัญชีธนาคารได้ แต่รายละเอียดจะขอนำไปต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งจะใช้สิทธิต่อสู้ทั้งทางแพ่งและอาญา ตอนนี้หลายเรื่องถาโถมเข้าเป็นจำนวนมาก เพราะดีเอสไอส่งฟ้องคดีต่ออัยการ ในทันทีที่อัยการมีคำสั่งฟ้องจะส่งผลต่อการดำเนินการขอตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ตนกับภรรยาเป็นคนละคนกัน และอยากตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นนานกว่า 3 ปี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการออกมาเรียกร้องหรือฟ้องร้อง และหากมีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะจริง เหตุใดจึงต้องโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่หยุดเท่านี้ แต่จะมีการปล่อยข่าวทำลายตนเป็นระยะๆ เช่น การร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือเข้าร้องเรียนที่ดีเอสไอเพื่อให้ตนสั่งให้ปลดภรรยาออกจากราชการ
“วิกฤตที่เกิดขึ้นถือเป็นกรรมของครอบครัว ผมในฐานะหัวหน้าครอบครัวและรับราชการมีตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอ รับผิดชอบต่อคดีใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย การสั่งฟ้องครั้งนี้ถือเป็นจุดตายของพรรค เขาก็ต้องสู้ สำหรับครอบครัวของผมถูกทำให้ได้รับความเสียหายผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว แต่ไม่เป็นไรเพราะยังมีขั้นตอนตามกฎหมายให้พิสูจน์ความจริง” นายธาริต กล่าว
สำหรับนางวรรษมล ก่อนหน้านี้รับราชการในสังกัดกรมสรรพสามิตอยู่ในต่างจังหวัด เมื่อนายธาริตโอนย้ายจากพนักงานอัยการมาสังกัดกระทรวงยุติธรรม ในตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอ สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นางวรรษมลได้ย้ายมารับราชการในพื้นที่จ.ปทุมธานี ก่อนจะโอนย้ายมาเป็นเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ระดับ 7 สำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอขณะที่นายธาริตมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเมื่อนายธาริตโยกมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ นางวรรษมลจึงทำเรื่องโอนตัวไปช่วยราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อลดข้อครหาสามีภรรยาทำงานในที่เดียวกัน
แหล่งข่าวใกล้ชิดอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้มีการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ว่า ในช่วงการพิจารณาสำนวนคดีก่อการร้ายของพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ (ดีเอสแอล) กลุ่มผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายจะดิ้นเฮือกสุดท้าย โดยเทคนิคข้อกฎหมาย ฝ่ายผู้ต้องหาจะร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการ โดยจะอ้างว่านายธาริตเร่งรัดสอบสวนคดีเพราะมีอคติกับผู้ต้องหา



