ข่าว

10จว.ยังไม่เลิกฉุกเฉินกทม.-ปริมณฑล-รังแดง

10จว.ยังไม่เลิกฉุกเฉินกทม.-ปริมณฑล-รังแดง

29 ก.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"ยกเลิกฉุกเฉิน6จว.ตามที่ศอฉ.เสนอ คือ “มหาสารคาม หนองบัวลำภู ชัยภูมิ มุกดาหาร ชลบุรี อยุธยา” ด้าน "รมว.กห.” ห่วงการข่าวเหลว ไม่รู้เหตุบึ้มล่วงหน้า ศอฉ.มอบ “ประวิตร” นำทีมบูรณาการงานข่าว เรียกถกป้องกันวินาศกรรมพรุ่งนี้

(29ก.ค.) พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมศอฉ.ว่า ที่ประชุมมีการหารือใน 2 เรื่อง คือ เรื่องมาตรการป้องกันการก่อวินาศกรรม และเรื่องการพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.บางจังหวัด ซึ่งที่ประชุมศอฉ.ได้มีการเสนอให้มีการยกเลิกพ.ร.ก.ในบางจังหวัดเพิ่มเติม เพื่อให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจว่า จะมีการยกเลิกจังหวัดใด ซึ่งปัจจัยในการพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.จะขึ้นอยู่กับเรื่องการเมือง และรายงานข่าวของศอฉ. ซึ่งนายกฯจะนำข้อมูลจากทั้งสองด้านมาพิจารณาร่วมกันเพื่อตัดสินใจ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการบูรณาการด้านการข่าวในกรุงเทพฯ ซึ่งในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร จะเรียกประชุมหน่วยงานด้านการข่าว เพื่อร่วมป้องกันการก่อวินาศกรรม

 “ในที่ประชุมศอฉ.พล.อ.ประวิตร เป็นห่วงในเรื่องงานด้านการข่าว เพราะที่ผ่านมางานการข่าวไม่สามารถรู้ได้ว่า จะเกิดเหตุในที่ใดบ้าง และยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ พล.อ.ประวิตร จึงกำชับว่าต่อไปงานด้านการข่าวต้องมีความเข้มข้นมากกว่านี้ ส่วนการใช้กำลังป้องกันการก่อวินาศกรรม ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างกอ.รมน. กองทัพภาคที่ 1 และบช.น. เพื่อกำหนดแผนงานในการป้องกันการก่อวินาศกรรม รวมถึงการเตรียมวางกำลัง ซึ่งจะนำแผนนี้มาเสนอต่อรมว.กลาโหม จากนั้นรมว.กลาโหมจะนำสองส่วนมาประสานกัน ซึ่งคิดว่าจะสามารถป้องกันวินาศกรรมได้ดีกว่าเดิม ส่วนเหตุระเบิดที่ผ่านมา ที่มีการมองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของฝ่ายรัฐนั้น เชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครล้วนอยากให้เหตุการณ์มีความสงบทั้งนั้น” โฆษกกอ.รมน.กล่าว

 รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุม ศอฉ. ได้มีการหยิบยกข้อมูลด้านการข่าวและยุทธการของแต่ละพื้นที่กองทัพภาคที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาพิจารณาเป็นรายจังหวัดว่าในแต่ละภาคมีจังหวัดใดบ้างที่สมควรจะเสนอยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งหน่วยงานด้านการข่าวเห็นว่ามี 6 จังหวัดที่เข้าข่ายไม่น่าจะมีความรุนแรงแล้ว คือ จ.มหาสารคาม หนองบัวลำภู ชัยภูมิ มุกดาหาร ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งที่ประชุม ศอฉ.จะนำข้อมูลดังกล่าวส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะเห็นชอบให้ยกเลิกทั้ง 6 จังหวัดนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดที่ ศอฉ.เห็นว่า ยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ เพราะยังมีกลุ่มที่ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ และหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีการออกมาเคลื่อนไหวทันที คือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี และขอนแก่น

อภิสิทธิ์ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน6จว.ตามที่ศอฉ.เสนอ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเข้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวันเข้าพรรษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ว่า ได้มีการลงนามประกาศยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 6 จังหวัด จากเดิม 16 จังหวัด ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ชลบุรี จ.ชัยภูมิ จ.มหาสารคาม จ.มุกดาหาร จ.หนองบัวลำภู ตามที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ศอฉ. รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวให้ตนทราบ ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

10จว.ยังไม่เลิกฉุกเฉินกทม.-ปริมณฑล-รังแดง

 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการทยอยยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลว่า เดิมทีที่ประชุมศอฉ.เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2553 เสนอที่ประชุมครม.ให้มีมติคงประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 24 จังหวัด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.นนทบุรี 3.สมุทรปราการ 4.ปทุมธานี 5.นครปฐม 6.พระนครศรีอยุธยา 7.ชลบุรี 8.เชียงใหม่ 9.เชียงราย 10.ลำปาง 11.นครสวรรค์ 12.น่าน 13.ขอนแก่น 14.อุดรธานี 15.ชัยภูมิ 16.นครราชสีมา 17.ศรีสะเกษ 18.อุบลราชธานี 19.มหาสารคาม 20.ร้อยเอ็ด 21.หนองบัวลำภู 22.สกลนคร 23.กาฬสินธิ์ และ 24.มุกดาหาร

 แต่ปรากฏการประชุมครม.เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ครม.กลับยกเลิกเพียง 5 จังหวัด คือ 1.นครปฐม 2.นครสวรรค์ 3.ศรีสะเกษ 4.น่าน 5.กาฬสินธิ์ และจากนั้นวันที่ 20 ก.ค. ครม.ก็มีมติให้ยกเลิกอีก 3 จังหวัด คือ 1.ลำปาง 2.ร้อยเอ็ด 3.สกลนคร และล่าสุดในวันนี้ (29 ก.ค.) เป็นครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีลงนามยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 6 จังหวัด ได้แก่ 1.อยุธยา 2.หนองบัวลำภู 3.ชลบุรี 4.มุกดาหาร 5.มหาสารคาม และ 6.ชัยภูมิ

 จึงทำให้มีอีก 10 จังหวัดที่ยังไม่มีการประกาศยกเลิก คือ 1.กทม. 2.นนทบุรี 3.สมุทรปราการ 4.ปทุมธานี 5.เชียงใหม่ 6.เชียงราย 7.ขอนแก่น 8.อุดรธานี 9.นครราชสีมา และ 10.อุบลราชธานี