ข่าว

ชวนนท์ลั่นไทยพร้อมถอนตัวภาคียูเนสโก

ชวนนท์ลั่นไทยพร้อมถอนตัวภาคียูเนสโก

29 ก.ค. 2553

“ชวนนท์” ยันไทยไม่ยอมรับแผนจัดการพระวิหาร พร้อมถอนตัวภาคียูเนสโกหากยืนกรานรับแผน ลั่นไม่ขอรับเงิน ความช่วยเหลือปฏิสังขรณ์มรดกโลกในไทย "อภิสิทธิ์"เผยปัญหาเขาพระวิหารยังไม่ได้ข้อยุติ แนะเขมรเข้ากระบวนการตามเอ็มโอยู 43 ชี้ไทยยอมรับได้ถ้าปราสาทพระวิหารเป็นม

(29ก.ค.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งมติครม. เพื่อยืนยันว่าไทยไม่ยอมรับและคัดค้านแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของทางการกัมพูชาต่อที่ประชุมยูเนสโกที่ประเทศบราซิลและสำนักงานใหญ่ยูเนสโกที่ฝรั่งเศสแล้วหากผลที่ประชุมในค่ำวันนี้ยูเนสโกยังยืนกรานรับพิจารณาแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ไทยก็ยืนยันในท่าทีที่จะทบทวนการเป็นภาคีของยูเนสโก

 ทั้งนี้ คณะทำงานติดตามสถานการณ์ที่อยู่ในประเทศไทยก็จะประเมินสถานการณ์และท่าทีของไทยหลังผลการประชุมมีความชัดเจน รวมทั้งจะประเมินถึงผลกระทบหากไทยถอนตัวจากการเป็นภาคียูเนสโกว่าจะมีผลตามมาอย่างไร อย่างไรก็ตาม หากไทยถอนตัวจากการเป็นภาคียูเนสโก ไทยจะไม่ขอรับเงินและความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อนำมาบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในไทย และในส่วนของปราสาทพระวิหาร เมื่อไทยไม่เป็นภาคีแล้ว ไทยก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อมติของยูเนสโก สำหรับการยื่นองค์ประกอบร่วมของปราสาทพระวิหารของฝ่ายไทยก็จะไม่มีการดำเนินการ

"อภิสิทธิ์"เผยปัญหาเขาพระวิหารยังไม่ได้ข้อยุติ

เมื่อเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินยิ้มภายหลังการหารือแนวทางปฏิรูปสื่อกับหนังสือพิมพ์แนวหน้าและให้สัมภาษณ์ว่า ทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศบราซิล ได้เลื่อนการพิจารณากรณีปราสาทพระวิหารออกไปก่อน เพราะอยากให้ประเทศไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันก่อน ซึ่งเข้าใจว่ามีการพบปะกันแล้วแต่ยังไม่ข้อยุติ เลยต้องเลื่อนวาระไปก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่านายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชาประกาศว่าหากคนไทยบุกรุกเข้าไปในบริเวณปราสาทพระวิหารจะยิง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ต่างจากท่าที่ที่เราแสดงออกไป นี่คือเหตุผลที่ตนบอกกับยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลกมาโดยตลอดว่าสถานการณ์ไม่ควรจะตึงเครียด โดยการให้ทำแผนจัดการพื้นที่ทับซ้อน

 “ทางที่ดีที่สุดคือให้ทุกคนกลับมาสู่กระบวนการเดิม ตามที่กำหนดไว้ในบันทึกว่าด้วยความเข้าใจ( MOU )ที่จัดทำเมื่อปี 2543 เพราะขนาดรายงานที่กัมพูชาส่งให้กับคณะกรรมการมรดกโลก ก็ยังยอมรับว่าแผนที่ใช้ไม่ได้ เพราะมีเอ็มโอยูและคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม(เจบีซี) อยู่ จึงเป็นตัวพิสูจน์ว่าไม่ควรเดินหน้าจัดทำมรดกโลกรวมถึงแผนบริหารจัดการต่างๆ และช่วยยืนยันสิ่งที่ผมพูดมาตลอดว่าเอ็มโอยูมีประโยชน์ ทำให้กัมพูชาอ้างแผนที่ไม่ได้ ที่เขาส่งรายงาน ตอนนี้เขาเลยทำได้แค่ส่งแผนผังไปก่อน เพราะติดข้อตกลงขอเจบีซีอยู่ แล้วเขาก็พยายามจะบอกว่าแผนผังที่ส่งไปไม่กระทบเขตแดน ซึ่งเราบอกว่า เรายอมรับไม่ได้ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าได้คุยกับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนฝ่ายไทยในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ได้คุยกันตลอดและให้กำลังใจ เพราะรู้ว่างานหนัก เพราะนอกจากต้องทำความเข้าใจ กับประธานและกรรมการมรดกโลก ยังต้องทำความเข้าใจกับคนอื่นๆ เมื่อถามว่าการพูดคุยนอกรอบระหว่างนายสุวิทย์กับตัวแทนฝ่ายกัมพูชายังไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่คืบหน้า แต่เราได้แสดงออกชัดเจนว่า การจะเดินหน้าบริหารแผนอะไร “จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ ยอมรับว่าปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของทั้งสองประเทศ ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 เมื่อถามว่าหากเกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนจะทำอย่างไร และได้สั่งการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมไปอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ เมื่อวาน ( 28 ก.ค.) ก็ได้คุยกัน ทุกฝ่ายพร้อมทำหน้าที่ของตัวเอง