ข่าว

ประวิตรลั่นมีแผนรับมือหากชายแดนไทย-เขมรเดือด

ประวิตรลั่นมีแผนรับมือหากชายแดนไทย-เขมรเดือด

29 ก.ค. 2553

“ประวิตร” ลั่นมีแผนรองรับสถานการณ์ หากชายแดนเดือด เผยไม่ห่วงสถานการณ์รุนแรง ทบ.ยันไม่มีนโยบายรบเขมร เผยชายแดนยังปกติ ไม่เพิ่มกำลัง เชื่อไร้เหตุรุนแรง “ชวรัตน์” กำชับผู้ว่าฯศรีสะเกษ ดูแลประชาชนตามแนวชายแดน หากไทยเปิดศึก “วอร์คเอาท์” ที่ประชุมยูเนสโก กคนชาย

 (29ก.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการจะมีการพิจารณาการขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการมรดกโลกทหารมีหน้าที่อย่างเดียวคือการดูแลอธิปไตย ทางกองทัพมีแผนรองรับสถานการณ์ทุกอย่าง กองทัพเราทำทุกขึ้นตอนและทำมาโดยตลอด ไม่ใช่เพิ่งมาทำ เรามีการประสานงานกันอย่างดี

 เมื่อถามว่า กัมพูชาระบุว่าหากมีการรุกล้ำเข้าไปจะมีการปะทะแน่นอน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปพูดถึงขนาดนั้น ขณะนี้คณะกรรมการมรดกโลกพูดเฉพาะมรดกโลก ส่วนเรื่องเขตแดนเรามีคณะกรรมการปักปันเขตแดนดูแลทุกภาค ด้านกัมพูชาเราก็มีคณะกรรมการชายแดนดูแลอยู่ ซึ่งยืนยันว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วงและทางแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ดูแลพื้นที่อย่างดี ซึ่งไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวอะไรต่างฝ่ายต่างดูแลผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่รู้ว่า มีการตกลงใจกันอย่างไร ซึ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์มีความชัดเจนอยู่แล้ว

 พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายฮอ นัม ฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาออกมาโจมตีกับท่าทีคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของประเทศไทยและพร้อมจะยิงไทย หากมีการรุกล้ำเขตแดนเข้ามาว่า เราไม่มีนโยบายการรบกันอยู่แล้ว ซึ่งเราเป็นประเทศเพื่อนบ้านคงต้องมีการพูดคุยกัน และในส่วนของกองทัพยังสามารถคุยกันได้อยู่ จึงคิดว่าเหตุการณ์ไม่น่ามีความรุนแรงอะไร และจะใช้การเจรจาเป็นขั้นตอนแรก ซึ่งรัฐบาลมีท่าทีการแสดงออกที่ชัดแจนเป็นขั้นตอนอยู่ ส่วนกำลังตามแนวชายแดนที่วางอยู่ ไม่ได้มีการเพิ่มเติมหรือมีการแสดงกำลังแต่อย่างใด ทั้งนี้จากการประเมินสถานการณ์ด้านทหาร สถานการณ์ตามแนวชายแดนไม่น่ามีอะไร ซึ่งเป็นเรื่องระดับประเทศที่ต้องพูดคุยกัน ส่วนกรณีที่ไทยอาจจะมีการถอนตัวจากการเป็นภาคียูเนสโก้นั้น เรื่องนี้รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดท่าที

“ชวรัตน์”กำชับผู้ว่าฯศรีสะเกษดูแลปชช.ตามแนวชายแดน

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยจะใช้มาตรการวอร์คเอาท์ออกจากที่ประชุมยูเนสโก หากที่ประชุมเห็นชอบให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงพื้นที่บริเวณชายแดน ว่า เรื่องนี้ได้กำชับให้นายกองเอกวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวล อะไรที่ดีก็พยายามทำให้ดีที่สุด

ชาวชายแดนแนะรัฐถอนตัวประชุมยูเนสโกกรณี"พระวิหาร"

            สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งจากที่รัฐบาลกัมพูชาจะเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารต่อคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศบราซิล ขณะที่รัฐบาลไทยได้มีท่าทีที่ไม่เห็นด้วย และยืนยันจะคัดค้านแผนบริหารการจัดการดังกล่าวของกัมพูชาอย่างถึงที่สุด  ทำให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนต่างก็วิตกว่าปัญหาจะบานปลายไปถึงขั้นเกิดสงครามขึ้นมาเหมือนในอดีตอีกหรือไม่

            นายจำรัส   แถวไทสง  อายุ 59 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายรักษาความปลอดภัย (ผรส.) บ.เสาธงชัย  ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า แต่ก่อนที่ตนมาอยู่เมื่อปี 2509  บนปราสาทพระวิหารจะมี ตชด.ของไทยสังกัดค่ายวิชิตยุทธหัตถี โดยจะมีรองสุวรรณ   ประสานพันธ์สมัยนั้นเป็นคนขึ้นไปอยู่คนแรก ต่อมาเมื่อ ตชด.ย้ายลงมาเขมรก็จะเข้ามาอยู่แทนโดยได้สร้างตลาดและชุมชนขึ้นบริเวณทางขึ้นตัวปราสาทและได้ล้ำเข้ามาในเขตไทยประมาณ 20 เมตร  ดังนั้นชาวบ้านเขาไม่ได้รุกพื้นที่อนุรักษ์ มีแต่เขมรรุกดินแดนเราเข้ามาตลอด  

 “เดิมชาวบ้านเขาก็อยู่ของเขามาดี ๆทำมาหากินอยู่ตามแนวชายแดน  พอประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารขึ้นมาทับที่ทำกินชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ แต่เขมรไม่กลัวเจ้าหน้าที่ไทยและได้รุกเข้ามาเรื่อย ๆจนทุกวันนี้ได้กลายเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้จนได้เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อน ถ้าปล่อยให้ชาวบ้านทำกินตามปกติคิดว่าคงไม่คำว่าพื้นที่ทับซ้อนแน่นอน”

            นายจำรัส  กล่าวต่อว่า  อยากให้รัฐบาลทั้งสองประเทศคุยกันด้วยความเข้าใจโดยยึดหลักประณีประนอม ไม่อยากให้เกิดสงครามขึ้นเพราะถ้าเกิดสงครามขึ้นมาจริง ๆคนที่เดือดร้อนก็คือชาวบ้าน  ข้าราชการ และคนภายนอกไม่กระทบอะไร แต่ที่หนักใจคือชาวบ้านที่เขาได้ลงทุนลงแรงปลูกยางพาราปลูกอะไรไว้ในไร่ตามพื้นที่ติดแนวชายแดน จะเสียหายเยอะที่สุด  บางรายลงทุนไปเป็นแสนเป็นล้านก็มี จึงไม่อยากให้เกิดสงครามขึ้นมาอีก

            น.ส.นุชธิดา    ละเลิศ  อายุ  25 ปี  แม่ค้าขายอาหารรายหนึ่งในบ้านภูมิซรอล กล่าวว่า   การประชุมในครั้งนี้  หากว่าทางฝ่ายตัวแทนรัฐบาลไทยไม่สามารถที่จะเจรจากับตัวแทนฝ่ายกัมพูชาได้   พวกตนซึ่งเป็นชาวบ้านภูมิซรอลทุกคนเห็นว่า   ตัวแทนรัฐบาลไทยไม่ควรที่จะเข้าไปร่วมในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในครั้งนี้ด้วย  เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยกับฝ่ายกัมพูชาที่จะดำเนินการไปเพียงฝ่ายเดียว

            ด้าน  พล.ต.ต.กรกต   สาริยา  ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า  ขณะนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษเฝ้าติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด  ซึ่งตนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของทางฝ่ายทหารอย่างเต็มที่หากได้รับการร้องขอรับการสนับสนุนเข้ามา แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนได้สั่งการให้เฝ้าระวังในเขตพื้นที่อย่างเต็มที่ เนื่องจากเกรงว่า อาจจะมีมือที่สามแอบแฝงเข้ามาก่อเหตุร้ายขึ้นตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชาในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ  นั่นเอง