
กาญจนดิษฐ์เดิมชื่อสะอุเลา
กาญจนดิษฐ์ แปลว่า ท่าทอง กาญจน แปลว่า ทอง ดิษฐ์ แปลว่า ท่า เมืองท่าทอง หรือเดิมคือ เมืองสะอุเลา มีชื่อปรากฏในกฎมนเทียรบาล สมัยอยุธยา สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีลายพระหัตถ์ถึงพระยาอนุมานราชธน ใน บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ ฉบับวันที่ 12
“...เมืองท่าทองได้ย้ายถึง 4 ครั้ง เดิมเมืองเก่าตั้งอยู่ในแม่น้ำเรียกว่า ท่าทองอุแท (เข้าใจว่าคืออุไทย) อยู่สุดทางตะวันออก ฉันได้ไปถึงที่นั่น พบวัดเก่าๆ สมควรแล้วที่เปนเมืองเก่า ครั้นเสียแก่พะม่าแล้วตั้งเมืองใหม่ เลื่อนไปอีกลำน้ำหนึ่งถัดลำน้ำเก่าไปทางตะวันตก เรียกว่าตำบลเขาน้อย นานมาลำน้ำตื้นเขิน เรือเข้าออกลำบาก จึงเลื่อนไปตั้งใหม่อีกแม่น้ำหนึ่ง ถัดไปทางตะวันตก เรียกว่าท่าทองใหม่ ...
ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ไป ตั้งต่อเรือรบที่บ้านดอนในแม่น้ำหลวง ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าพระราชทานชื่อ เปลี่ยนเปนแม่น้ำตาปี ตั้งอยู่ถัดแม่น้ำท่าทองใหม่ไปทางตะวันตก...
ในการต่อเรือ ย่อมมีช่างมาประชุมกันมาก ชาวบ้านจึงพากันมาตั้งขายของมื้อซื้อกิน ปลูกเคหสถาน จึงกลายเปนเมืองขึ้นใหม่ เมืองนี้เองที่ได้พระราชทานนามว่ากาญจนดิษฐ์...
ครั้นเมื่อทำรถไฟไปถึงท่าข้าม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าทรงพระราชดำริว่า ต่อไปเมืองจะต้องย้ายไปอยู่ที่ท่าข้าม จึงพระราชทานชื่อท่าข้ามว่า สุราษฎร์ธานี แต่ชาวเมืองกาญจนดิษฐ์ไม่ไป กลับดึงเอาชื่อสุราษฎร์ธานีมาเปนชื่อเมืองกาญจนดิษฐ์เสียด้วยซ้ำ ทำเอาชื่อกาญจนดิษฐ์หายไป สมเด็จกรมพระยาดำรงกลัวชื่อกาญจนดิษฐ์จะสูญเสีย จึงตรัสสั่ง ให้เรียกเมืองเก่าที่ตำบลเขาน้อยว่าอำเภอกาญจนดิษฐ์ เป็นเช่นนั้นจนทุกวันนี้
ชื่อเมืองสะอุเลาไม่ได้ยินเลย แต่ไม่ประหลาดอะไร ชื่อเมืองย่อมเกิดขึ้นแล้วสูญหายไปเปนธรรมดา ถ้าจะเดา เมืองสะอุเลา ก็คงเปนชื่อเมืองเก่าที่แม่น้ำท่าทองอุแท นั้นแหละจะเปนได้กว่าแห่งอื่น ที่เรียกชื่อว่าท่าทองนั้น เขาว่าเคยหาแร่ทองได้ที่เขาในละแวกท่าทองอุแทนั้น...”
ท่าทอง อาจเคยเป็นขุมแร่ทอง หรือเคยมั่งคั่งเป็นเมืองท่าติดต่อค้าขายในอดีตใกล้เส้นทางแม่น้ำและทะเล จนได้สมญา “ท่าทอง” ไปด้วยนั่นเอง!
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



