ข่าว

จับนศ.อุเทนฯยิงพี่เด็กเทคโนฯบางกะปิดับ

จับนศ.อุเทนฯยิงพี่เด็กเทคโนฯบางกะปิดับ

29 ก.ค. 2553

รวบเด็กอุเทนฯ บุกยิงเด็กเทคโนบางกะปิถึงบ้าน แต่พี่ชายหน้าคล้ายรับเคราะห์ออกเปิดประตูบ้าน คนร้ายเห็นชักปืนยิงใส่ 4 นัดดับคาที่ ป้าผู้ตายแค้นโดดตบหน้าหงายหลังวงแถลงข่าว

(29ก.ค.) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมแถลงผลตำรวจสืบสวน สน.มีนบุรี จับกุมนักเรียนนักเลงยิงคู่อริดับคาที่ได้ผู้ต้องหา 2 คนคือนายชวลิต หรือหมู พงศ์เพ็ชร อายุ 18 ปีอยู่บ้านเลขที่ 19/393 ซอยพึ่งมี 52 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และนายปรัชญา หรือกรุ๊ป ปานมณี อายุ 19 ปี ที่อยู่ 57/25 ซ.เสรีไทย16 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา พร้อมของกลางอาวุธปืนรีวอลเวอร์ .38 ยี่ห้อเทารัส 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน .38 จำนวน 2 นัด จักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ ทะเบียน วลว 189 กทม.คันใช้ก่อเหตุ และเสื้อยืดสีน้ำเงิน และกางเกงสีครีมที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ

 พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุรพล หรือวาน ชูเลิศ อดีตนักศึกษาเทคโนบางกะปิ เดินทางไปร่วมงานสังสรรค์ที่ จ.สมุทรปราการ ระหว่างเดินทางกลับได้แวะที่ปั๊มน้ำมัน ถนนศรีนครินทร์ เจอกับนายชวลิตแล้วมีปากเสียงกันทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จึงสร้างความโกรธแค้นให้นายชวลิต ต่อมาวันที่ 25 ก.ค.นายชวิต จึงชวนนายปรัชญาเพื่อนร่วมสถาบันให้ขับขี่จักรยานยนต์ไปที่บ้านนายสุรพล แล้วเรียกนายสุรพลให้ออกมาพบที่หน้าบ้าน แต่นายปิยะพงษ์ ชูเลิศ พี่ชายนายสุรพล ได้เดินออกมาเปิดที่หน้าบ้าน นายชวลิตคิดว่าเป็นนายสุรพลเพราะมีใบหน้าคล้ายกันจึงชักอาวุธปืนออกมายิง 4 นัดซ้อน จนนายปิยะพงษ์เสียชีวิตคาที่บริเวณประตูบ้าน

 ระหว่างเกิดเหตุนายสุรพลกลับมาบ้านและเห็นเหตุการณ์พอดีขณะคนร้ายทั้ง 2 กำลังหลบหนี พร้อมจำได้ว่าคนร้ายคือนายชวลิต ที่เคยมีเรื่องมาก่อน จึงแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมนายชวลิตได้ในที่สุด ในบ้านพักย่านพระโขนง และจับกุมนายปรัชญาได้ที่บ้านพักย่านเสรีไทย ส่วนปืนของกลางคนร้ายสารภาพว่าหลังก่อเหตุได้นำไปฝากเพื่อนซึ่งเป็นเด็กวัดทุ่งลานนา ย่านพระโขนง ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น พร้อมนำตัวส่งศาล จ.มีนบุรี ในวันนี้

 ด้านนางสมรัตน์ มะเตอรกรี ( อิสลาม ) มารดาผู้ตายพร้อมด้วยญาติจำนวนหนึ่งเดินทางมาร่วมฟังการแถลงข่าวครั้งนี้กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าโศรกภายหลังสูญเสียลูกชายว่า ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นกับลูกชายตนเอง เพราะปกติลูกชายเป็นคนดีไม่มีปัญหากับใคร และคิดว่าสิ่งที่ผู้ต้องหาทำลงไปนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพียงเพราะต้องการจะโชว์ให้ผู้หญิงเห็นว่าตัวเองเก่งยิงคนได้ เพราะจำแม่นยำว่าวันเกิดเหตุวันนั้น มีผู้หญิงสาววัยรุ่นซ้อนท้ายคนยิงมาด้วย ที่ผ่านมาพยายามตักเตือนลูกชายตลอดว่าอย่าได้ไปมีเรื่องทะเลาะกับใครเพราะเคยเห็นในข่าวทีวีมาหลายครั้งแล้วการยกพวกตีกันแก้แค้นกันไม่เป็นผลดีเลยตนในฐานนะที่เป็นแม่ก็ไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีกขอให้มันจบลงแค่ลูกชายของตนเองเป็นคนสุดท้ายก็พอ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางสมรัตน์ กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่นั้น ป้าของผู้ตายถึงกับอดรนทนไม่ไหวต่อการกระทำของผู้ต้องหาโดยเฉพาะคนยิงหลานชายได้เดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ต้องหาลงมาจากห้องแถลงข่าว แล้วอาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่ตำรวจเผลอเข้าไปตบตีผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น จนตำรวจต้องเข้าห้ามปรามจากนั้นรีบนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองขึ้นรถควบคุมตัวกลับไปสอบสวนทันที