ข่าว

2 สภาไฟเขียวกรอบกู้เงิน 7 หมื่นล้าน

2 สภาไฟเขียวกรอบกู้เงิน 7 หมื่นล้าน

25 มี.ค. 2552

2 สภา ไฟเขียว กรอบกู้เงิน 7 หมื่นล้าน 307 ต่อ 36 เสียง

(25มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงดึกของคืนวันที่ 24 มี.ค. ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังคงอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การที่รัฐบาลจะกู้เงินจากต่างประเทศจำนวน 7 หมื่นล้านบาท ในระหว่างการประชุมร่วม 2 สภาเพื่อพิจารณากรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการโจมตีการบริหารงานของรัฐบาลที่มีแต่กู้เงิน สร้างภาระให้กับประชาชนและประเทศ ซึ่งควรปรับปรุงนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะแม้จะมีมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล

 ข่าวแจ้งว่า การประชุมเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อมีการประท้วงและปะทะคารมกันระหว่างส.ส.พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเมื่อนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายพาดพิงว่าได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ว่ารัฐบาลชุดนี้มาจากการปล้นประชาชน ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง และนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี ลุกขึ้นประท้วงให้ถอนคำพูด แต่นายเกียรติอุดมยังนิ่งเฉย ทำให้นายอภิสิทธิ์ เววชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังการอภิปรายของนายเกียรติอุดมจะขอใช้สิทธิชี้แจงประเด็นนี้

 อย่างไรก็ตามในที่สุดนายเกียรติอุดมยอมถอนคำพูด แต่นายนิพิฏฐ์ยังขอประท้วงโดยพยายามจะพูดย้อนไปถึงการกู้เงินไอเอ็มเอฟว่าเกิดขึ้นเมื่อเดือนส.ค.2540 แต่ยังพูดไม่จบ ถูกส.ส.พรรคเพื่อไทย ประท้วงอีก อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และนายเกียรติอุดม ก่อนที่บรรยากาศการประชุมจะวุ่นวาย นายชัยได้สั่งพักการประชุม 2 นาที

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดประชุมอีกครั้งเวลา 23.30 น. นายชัย ได้ปิดการอภิปราย และให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชี้แจงความจำเป็นต้องเสนอกกรอบการเจรจาการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากนั้นเวลาเที่ยงคืน ที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจาดังกล่าวด้วยคะแนน 307 ต่อ 36 งดออกเสียง 17 ไม่ลงคะแนน 7 เสียง และได้พิจารณาร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่นและร่างสัญญาเงินกู้ ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอต่อไป