ข่าว

ลูกค้าร้องตรึมยึดเงินในบัตรเติมเงินสบท.ชี้ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิ์-แนะทำเรื่องขอคืน

ลูกค้าร้องตรึมยึดเงินในบัตรเติมเงินสบท.ชี้ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิ์-แนะทำเรื่องขอคืน

29 ก.ค. 2553

สบท.เผยปัญหาร้องเรียนมือถือครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการยึดเงินในบัตรเติมเงิน แจงผู้ให้บริการไม่สิทธิ์ยึดทั้งเงินและเบอร์โทร แนะหากเจอสามารถร้องเรียนขอเงินคืนได้ เตรียมเสนอ กทช.ป้องกันมิจฉาชีพให้ระบบโทรศัพท์ VoIP ลวงประชาชนโอนเงินผ่านเอทีเอ็ม

 นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เปิดเผยการรับเรื่องร้องเรียนช่วงครึ่งแรกของปี 2553 ว่า ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนจากปัญหาใช้บริการมือถือระบบเติมเงิน ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ โดนยึดเงินในบัตรเติมเงิน ซึ่งเกิดจาก 2 กรณีคือ ถูกยึดเงินเนื่องจากเติมเงินไม่ทันมีจำนวนทั้งสิ้น 59 เรื่อง กรณีที่ 2 คือต้องการยกเลิกบริการ แต่มีเงินค้างอยู่ในระบบจำนวน 5 เรื่อง

 ทั้งนี้ ปัญหาถูกยึดเงินในบัตรเติมเงิน มีจำนวน 47 เรื่องที่แจ้งยอดเงินชัดเจน รวมเป็นเงิน 51,413.73 ล้านบาท ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ข้อ 11 ระบุว่า การให้บริการโทรคมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการล่วงหน้าจะต้องไม่มีข้อกำหนดมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

 "แต่จนถึงขณะนี้คณะกรรมการยังไม่มีมติในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะยึดเงินและยึดเบอร์โทรศัพท์ของผู้บริโภค หากผู้ใช้บริการระบบเติมเงินและถูกยึดเงินไป ผู้ใช้บริการสามารถเรียกร้องกับผู้ให้บริการเพื่อขอเงินคืนเข้าระบบได้โดยติดต่อโดยตรงไปยังเครือข่ายที่ใช้บริการ" นายประวิทย์กล่าว

 อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้แต่ละบริษัทมีแนวทางให้บริการระบบเติมเงินต่างกัน โดยของแฮปปี้ หากไม่เติมเงินในช่วง 30 วันแรก ผู้ใช้บริการจะรับสายได้ แต่โทรออกไม่ได้ เติมเงินและตรวจสอบยอดเงินได้ บริษัทจะทบยอดเงินที่เหลือให้เมื่อเติมเงินใน 30 วัน หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 31-45 ผู้ใช้บริการจะรับสายและโทรออกไม่ได้ เติมเงินและตรวจสอบยอดเงินที่เหลือได้ แต่จะไม่ทบยอดเงินที่เหลือให้ จากนั้นวันที่ 46 จะถูกยึดเบอร์โทรศัพท์ไป

 ส่วนของวันทูคอล หากวันหมดไม่เติมเงิน บริษัทจะรักษาเบอร์ไว้ให้ 30 วัน โดยผู้ใช้บริการยังรับสายได้แต่โทรออกไม่ได้ หลังจากนั้นจะถูกยกเลิกบริการ คือรับสายเข้าหรือโทรออกไม่ได้ และถูกยึดเบอร์โทรศัพท์ พร้อมทั้งถูกยึดเงินที่อยู่ในระบบไปด้วย และระบบเติมเงินของทรูมูฟ หากวันหมดไม่เติมเงิน ผู้ใช้บริการจะยังรับสายได้ แต่โทรออกไม่ได้ใน 15 วันแรก หลังจากนั้นวันที่ 16-17 จะรับสายและโทรออกไม่ได้ และในวันที่ 18 จะถูกยึดเบอร์โทรศัพท์ไป

 นายประวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้โทรศัพท์ผ่านระบบ Voice over Internet Protocol หรือ VoIP เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน เพื่อให้โอนเงินผ่านระบบเอทีเอ็ม ว่าเดิมหากเป็นโทรศัพท์จากกลุ่มมิจฉาชีพหน้าจอจะเป็นตัวเลขแปลกเหมือนโทรจากต่างประเทศ หรือมีเครื่องหมาย + แต่ขณะนี้เป็นการปลอมด้วยเลขหมายเดียวกันเลย เช่น เป็นเบอร์ธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐ ดังนั้น อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมดให้โทรศัพท์ไปตรวจสอบกับหน่วยงานนั้นให้ชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาได้เสนอเรื่องไปยัง กทช. เพื่อให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในเรื่องการส่งเลขหมายของการโทรจากระบบ VoIP