
ลุ้นกฎหมายยาสูบใหม่ลดข้อขัดแย้งเอกชนเชื่อไม่กระทบราคาขายปลีก
เอกชนลุ้นกฎหมายยาสูบใหม่ช่วยขจัดความขัดแย้ง เพิ่มความโปร่งใสการจัดเก็บจริง หนุนปรับวิธีคำนวณภาษีตามราคาขายปลีกแทนราคาหน้าโรงงาน เชื่อไม่กระทบให้ราคาขายปลีกขยับ
แหล่งข่าวจากบริษัทฟิลิปมอริส ประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างปรับปรุงร่างพิกัดอัตราภาษีพ.ร.บ.ยาสูบใหม่ ว่าขณะนี้ทราบว่าร่างดังกล่าวได้เสนอมาที่กระทรวงการคลังแล้ว เบื้องต้นอาจมีการปรับรูปแบบการจัดเก็บใหม่จากปัจจุบันที่คิดอัตราภาษีตามมูลค่า โดยคิดจากราคาซีไอเอฟ หรือราคาขายหน้าโรงงาน มีอัตราเพดานที่ 90% แต่ขณะนี้จัดเก็บในอัตรา 85% มาเป็นการคำนวณภาษีตามราคาขายปลีก ซึ่งเป็นราคาปลายทางแทน ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหาข้อขัดแย้งการแจ้งราคาหน้าโรงงานของผู้ประกอบการแต่ละรายและทำให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม
“หากปรับวิธีการคิดภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ตามระบบดังกล่าวจริง ภาคเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าร่างกฎหมายใหม่ที่กรมจะผลักดันออกมานั้นจะมีรายละเอียดส่วนอื่นอย่างไร โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจอธิบดีกำหนดฐานภาษีได้เองอีกหรือไม่ หากยังมีอยู่ก็จะซ้ำรอยกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งรวมไปถึงกฎหมายแม่ และพ.ร.บ.สุราด้วย“ แหล่งข่าว กล่าว
นอกจากนั้นคงต้องติดตามดูว่าการปรับวิธีการคำนวณภาษีใหม่นี้จะส่งผลให้มีบุหรี่ราคาถูกยิ่งทะลักเข้ามามากขึ้น โดยเปิดเสรีอาฟตา ภาษี 0% เมื่อต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันก็เริ่มมีบุหรี่ราคาถูกเข้ามายึดครองส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นจาก 1% เป็น 4% แล้วและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากอัตราภาษีและราคาบุหรี่ที่สูงในปัจจุบันทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าราคาถูกลง
อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตยืนยันว่าการแก้ไขร่างกฎหมายภาษียาสูบใหม่นี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้เข้ารัฐมากขึ้น หรือส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราภาษี แม้จะเก็บจากราคาขายปลีกแต่ผู้บริโภคก็จะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากราคาขายปลีกจะไม่มีการขยับขึ้นแต่อย่างใด โดยมองว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็คงไม่หันไปใช้สงครามตัดราคากันจนยอมขาดทุน แต่ภาคเอกชนก็หวังว่ากฎหมายใหม่จะช่วยลดข้อขัดแย้งระหว่างรัฐและเอกชนที่เกิดขึ้นมานานลงได้จริง



