ข่าว

"ทียูเอฟ"เตรียมขึ้นแท่นเบอร์1โลกทุ่ม2.85หมื่นล้านฮุบกิจการในยุโรป

"ทียูเอฟ"เตรียมขึ้นแท่นเบอร์1โลกทุ่ม2.85หมื่นล้านฮุบกิจการในยุโรป

28 ก.ค. 2553

บอร์ดทียูเอฟอนุมัติแผนซื้อกิจการ "เอ็มดับเบิลยู แบรนด์ส" ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลบรรจุกระป๋องรายใหญ่สุดในยุโรป เป็นเงินลงทุนกว่า 2.85 หมื่นล้านบาท ผงาดขึ้นเบอร์ 1 ของโลก

 นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทียูเอฟ เปิดเผยว่า คณะกรรมการเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติแผนเข้าซื้อกิจการเอ็มดับเบิลยู แบรนด์ส (เอ็มดับเบิลยูบี) เต็ม 100% จาก Trilantic Capital Partners เป็นเงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 680 ล้านยูโร หรือราว 2.85 หมื่นล้านบาท ตามแผนการขยายการตลาดไปสู่ทวีปยุโรปที่เป็นตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 ทั้งนี้ เอ็มดับเบิลยู แบรนด์ส เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลบรรจุกระป๋องแบบครบวงจร มีผลิตภัณฑ์หลักคือ ปลาทูน่า และผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าจากปลาทูน่า และยังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน และอาหารทะเลชนิดอื่นๆ จำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า 4 ยี่ห้อ ได้แก่ Petit Navire และ H. Parmentier ในฝรั่งเศส และ John West ในประเทศอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และไอร์แลนด์ และยี่ห้อ Mareblu ในประเทศอิตาลี โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับต้นๆ ในฝรั่งเศส อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ และอิตาลี

 "หากการซื้อขายหุ้นประสบความสำเร็จ จะทำให้ทียูเอฟกลายเป็นผู้ผลิตปลาทูน่าบรรจุกระป๋องรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะสามารถแปรรูปวัตถุดิบปลาทูน่าได้ถึง 5 แสนตันต่อปี และในแง่ของรายได้แล้ว จะกลายเป็นบริษัทผลิตอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก" นายธีรพงศ์กล่าวและว่า การรวมกันจะช่วยส่งเสริมธุรกิจซึ่งกันและกัน สามารถสร้างกลยุทธ์ด้านการตลาดที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้นำทางด้านอาหารทะเลของโลกที่สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ และตลาดผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว

 นอกจากนั้นจะทำให้บริษัทมีโรงงานแปรรูปเพิ่มขึ้นอีก 4 แห่ง ในฝรั่งเศส โปรตุเกส เซเชลส์ และกานา จากปัจจุบันบริษัทมีโรงงานแปรรูปทั้งหมด 5 แห่ง คือ ประเทศไทย (สมุทรสาคร และสงขลา) อินโดนีเซีย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันกองเรือจับปลาที่ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 4 ลำ จะเพิ่มอีก 5 ลำ เป็นทั้งหมด 9 ลำ