ข่าว

 2B + 3G  ที่ต้องระวัง

2B + 3G ที่ต้องระวัง

29 ก.ค. 2553

มีคำถามเกิดขึ้นว่าประเทศไทยเราควรต้องทำอย่างไร ถึงจะสามารถเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G ได้ และหากเปิดให้บริการจริงจะทำในรูปแบบใด รัฐบาลไทยจึงจะได้ผลประโยชน์มากที่สุด และต้องไม่มีผู้รับสัมปทานเดิมรายใดเสียหาย จนถึงขั้นฟ้องร้องต่อรัฐบาลไทยในภาย

 ดังนั้น คำว่าผลประโยชน์ในความหมายของรัฐบาลไทย จึงหมายความว่าจะต้องได้รับเงินตอบแทนเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ส่วนคำว่าผลประโยชน์ของผู้ประกอบการรายเดิม ก็มีความหมายไปในทำนองเดียวกันว่า แต่ละบริษัทต้องมีรายได้หรือผลกำไรเพิ่มขึ้น  

 แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ของสังคมไทยในวันนี้ ต่างมองเห็นกันถึงแต่ความดีของการนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้ แต่จะมีใครคิดกันขึ้นมาบ้างไหมว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยหลายอย่างที่ผ่านมา ล้วนแต่เคยสร้างปัญหาให้แก่สังคมไทยมาแล้วทั้งนั้น เช่นปัญหาการลักขโมยเพื่อหาเงินมาซื้อโทรศัพท์ทันสมัยราคาแพง ปัญหาการฉกชิงวิ่งราวโทรศัพท์ ปัญหาเด็กและเยาวชนติดเกมจนถูกชักนำไปในทางเสื่อมเสีย แม้กระทั่งการขาดวุฒิภาวะที่จะเหนี่ยวนำ จนใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ในทางที่ผิด ทำให้ตนเองเสียหายเช่นที่เกิดขึ้นกับเหล่าดาราและศิลปินทั้งหลาย

 สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา หากไม่มีการควบคุมหรือให้ความรู้แก่ผู้คนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนเพื่อให้เป็นวัคซีนป้องกันการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้จนเกิดโทษต่อชีวิตของเขาเอง ปัญหาสังคมต่างๆ จะมีตามติดมาให้แก้ไขกันอีกมาก จนถึงระดับที่อาจจะต้องใช้เงินที่มากกว่าการได้มาจากค่าสัมปทานด้วยซ้ำไป  

 ทุกวันนี้ประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำ มีค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน เป็นจำนวนเงินนับร้อยบาท ยิ่งนับเข้าไปในกลุ่มเยาวชนจะยิ่งพบว่า จำนวนเงินดังกล่าวนั้นสูงจนน่าตกใจสำหรับคนที่ยังไม่มีรายได้

 ไหนจะค่าดาวน์โหลดเสียงเพลง ไหนจะค่าส่งข้อความภาพและเสียง ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวพันและไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อชีวิต โดยไม่ต้องนับรวมไปถึงการต่อเชื่อมระบบอินเทอร์เน็ตกับโทรศัพท์ ทั้งที่ยังอยู่ในภาวะที่ไม่ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารกระชั้นชิดถึงระดับดังกล่าว

 หากผู้ที่มีความรับผิดชอบลองมองออกไปให้รอบๆ ตัวเองก็จะพบว่า ปัจจุบันนี้เด็กและเยาวชนมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพสูงเกินกว่าจะใช้งานในลักษณะติดต่อกันตามสถานะ แต่ละเครื่องมีราคาแพงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และเกือบทั้งหมดถูกนำไปใช้งานในทางที่ไม่ถูกไม่ควร เช่นใช้ส่งข้อความในลักษณะที่เรียกว่า “แอด บีบี” กันจนพร่ำเพรื่อตลอดเวลา  

 หลายครั้งที่เด็กและเยาวชนเหล่านั้นก้มหน้าก้มตาในห้องเรียน ไม่ได้หมายความว่าเขาเหล่านั้นกำลังก้มหน้าอ่านหนังสือ แต่เขากำลังกดข้อความภาพและเสียงส่งถึงกันอยู่ ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน ซึ่งหากเป็นเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคเก่า เขาก็จะไม่สามารถติดต่อพูดคุยกันได้ เพราะครูผู้สอนจะมองเห็นว่าเขากำลังยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยนั่นเอง 
 
 เรื่องอย่างนี้เป็นไปแม้กระทั่งผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องประชุมหรือกำลังนั่งฟังการบรรยายอยู่ ซึ่งส่งผลให้ขาดสมาธิในการเรียนและการทำงาน จนเกิดความเสียหายต่อหน้าที่การงานในชีวิตประจำวันได้ 

 ดังนั้น เมื่อเรามีความจำเป็นที่จะต้องรับเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามา แล้วเราอันหมายถึงภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงองค์กรอิสระต่างๆ พ่อแม่ และครูบาอาจารย์ จะทำอย่างไรจึงจะสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนและคนในชาติของเรา ได้รับรู้ถึงอันตรายของเทคโนโลยีที่จะส่งผลร้ายให้เกิดขึ้น ทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตามไปแก้ไขปัญหาร้ายแรงของสังคมและประเทศ ใครล่ะจะเป็นคนแรกที่ต้องลงมือล้อมคอกก่อนวัวหายครับ

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ