ข่าว

สภาวะผู้นำชาติ

สภาวะผู้นำชาติ

29 ก.ค. 2553

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ผ่านวิกฤติการเมืองของชาติหลายครั้ง โดยเฉพาะ 2 ครั้งในกรณีการก่อการจลาจลเผาบ้าน เผาเมือง ในช่วงสงกรานต์ปี 2552 และ 2553 สร้างความวิบัติให้การเมือง เศรษฐกิจ สังคม

 ความแตกแยกในกลุ่มประชาชน และปัญหายังเรื้อรัง พร้อมจะปะทุรอบใหม่ สร้างความกังวลให้ประชาชนทุกวันนี้ วิกฤติดังกล่าวได้เกิดความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ทหารอย่างน้อย 2-3 กองร้อยถูกสลาย บาดเจ็บล้มตาย และกรณีทั้งหมดเกิดจากความยืดเยื้อ ไม่เด็ดขาด ตัดสินใจล่าช้า ความเป็นผู้นำไม่ได้รับการยอมรับโดยองค์กรด้านความมั่นคง เช่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพ รวมทั้งประชาชนผู้รักชาติผู้ห่วงใยว่าความอ่อนแอของผู้นำประเทศจะทำให้เกิดวิกฤติอีกครั้ง

 นอกเหนือจากแรงกดดันทางการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งคณะกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาล และตามกฎหมาย ทำให้เกิดความสงสัยว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีความหวังดีต่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง บริสุทธิ์ใจ หรือมีผลประโยชน์แอบแฝงเฉพาะกลุ่ม โดยอาศัยภาพลักษณ์ และสถานภาพตามกฎหมาย ทำให้เกิดข้อเสนอ แนวทาง นโยบาย ซึ่งนอกจากขัดแย้งกับสามัญสำนึกโดยทั่วไปแล้ว ก็ยังนำพาบ้านเมืองให้เสี่ยงต่อการการเกิดปัญหาในหลายภาคส่วนของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองอีกด้วย

 การเสนอให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การเสนอมาตรการด้านสิทธิมนุษยชน การเสนอให้ลดราการเรียกร้องดินแดนกับกัมพูชาภายใต้ข้ออ้างว่าอย่าคลั่งชาติ หรือการใช้การเจรจาแทนการใช้ความเด็ดขาด เข้มแข็ง เข้าจัดการปัญหา สร้างความมั่นใจให้ประชาชน ล้วนสร้างคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมในการนำและความเป็นประโยชน์ขององค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะแต่ละครั้งมักนำไปสู่ข้อครหาด้านผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเสมอ

 คุณภาพของการเป็นผู้นำของนายกฯ อภิสิทธิ์ มักเป็นคำถามซึ่งไร้คำตอบชัดเจน นอกจากการยอมสยบต่อพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ อย่างเปิดเผย อหังการ ไม่หวั่นต่อข้อครหา ไม่เคารพความเป็นผู้นำรัฐบาลแล้ว ยังสร้างปัญหาการทุจริต คอรัปชั่นต่อเนื่อง โดยนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่มีท่าทีในการขัดขวางอย่างจริงจัง แต่มุ่งเน้นให้เห็นการยึดมั่นในความคิด ความเชื่อมั่นในตัวเอง แม้จะพิสูจน์ว่าเป็นความผิดพลาดหลายครั้ง

 ล่าสุด ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชากรณีปราสาทพระวิหารได้เป็นการทดสอบภาวะผู้นำของนายกฯ อภิสิทธิ์อีกครั้ง โดยยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้ไทยต้องเสียอธิปไตยเหนือดินแดนปราสาทพระวิหารเป็นอันขาด โดยไม่ยอมรับการใช้แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 ของกัมพูชาที่ใช้ยื่นจดทะเบียน จะยึดเขตปักปันเขตแดนเป็นที่ตั้ง เพื่อดำเนินการปกป้องอธิปไตย ส่วนข้อเสนอให้ขับไล่ทหารและชาวกัมพูชาพ้นจากพื้นที่พิพาทนั้น รัฐบาลไม่อยากจะให้นำไปสู่การเกิดภาวะสงครามขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องรอว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเสียดินแดน และดูว่านายกฯ อภิสิทธิ์สมควรเป็นผู้นำของชาติอีกต่อไปหรือไม่