
มาร์ครับช่วยแก้สวัสดิการค่ารักษาขรก.ท้องถิ่น
นายกฯรับหาแนวทางแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของขรก.ส่วนท้องถิ่น
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 28ก.ค. ณ ห้องโดมทอง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวมณฑา เจริญสุขสุวรรณ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักน้อย จังหวัดนนทบุรี ประธานสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย และคณะ เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอขอจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและกองทุนเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ขอให้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว เสนอสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว และขอให้พิจารณากำหนดให้วันที่ 24 สิงหาคม เป็นวันข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ประธานสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของข้าราชการและพนักงานจ้างจากท้องถิ่นทั่วประเทศ ได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่เดือดร้อนกรณีการรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของท้องถิ่น รวมจำนวน 5,000 รายชื่อในเบื้องต้น พร้อมกับขอนำเสนอข้อเสนอที่จะขอความกรุณาดำเนินการจากนายกรัฐมนตรีรวม 3 เรื่อง คือ
1.การขอจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและกองทุนเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะสะท้อนถึงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากกลุ่มข้าราชการท้องถิ่น 2.ขอให้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว เสนอสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้อยู่ในลำดับที่จะนำเสนอ แต่ทุกครั้งจะเป็นการนำเสนอในลำดับท้ายและถูกตัดไป ทำให้กฎหมายนี้ไม่ได้นำเสนอ ผู้ที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้
และ 3.ขอให้พิจารณากำหนดให้วันที่ 24 สิงหาคม เป็นวันข้าราชการส่วนท้องถิ่นขึ้น ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดไว้ว่า การให้มีข้าราชการส่วนท้องถิ่นขึ้นและได้มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ทำให้พนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศได้มีฐานะเสมอกัน เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น จึงเห็นควรที่จะผลักดันให้วันที่ 24 สิงหาคม เป็นวันข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกับที่มีการกำหนดให้วันที่ 1 เมษายนของทุกปีเป็นวันข้าราชการพลเรือน หรือ วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติ
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องที่จะสามารถทำได้ก่อนคือเรื่องการผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... เพราะเป็นกฎหมาย 1 ใน 4 ที่จะต้องเสนอในเรื่องของส่วนท้องถิ่น โดยขณะนี้กฎหมายยังอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐบาลจึงได้ใช้วิธีให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรอง เพื่อให้เข้าไปอยู่ในวาระโดยจะให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เร่งติดตามลำดับการนำกฎหมายนี้เข้าสู่สมัยประชุมนี้ ซึ่งตนจะนำมติวิปรัฐบาลมาเร่งรัดตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ มีความตั้งใจจะให้เสร็จทันสมัยประชุมนี้เพราะก็มีความล่าช้าอยู่ ส่วนการขอให้พิจารณากำหนดให้วันที่ 24 สิงหาคม เป็นวันข้าราชการส่วนท้องถิ่น นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าจะรับไปดูในเรื่องนี้
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการขอจัดตั้งกองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและกองทุนเงินเดือนข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า เข้าใจว่าขณะนี้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นใช้หลักเดียวกับข้าราชการคือไม่มีกองทุน แต่เป็นวิธีการที่ถือว่ารักษาพยาบาลแล้วรัฐบาลจะไปตามจ่ายให้ตามความเป็นจริง หรือใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ซึ่งข้อได้เปรียบโดยทั่วไปคือสิทธิต่างๆ ค่อนข้างที่จะดีกว่า เมื่อเทียบกับรายจ่ายการรักษาพยาบาลของประกันสังคมและประกันสุขภาพ รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินต่อหัวให้มากกว่าเท่าตัว แต่ปัญหาคือบริหารจัดการที่ยาก
ซึ่งรัฐบาลส่วนกลางได้ตั้งงบประมาณสวัสดิการการรักษาพยาบาลไว้ 40,000 ล้านบาทแต่ความจริงต้องใช้งบประมาณถึง 60,000 ล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งงบประมาณไว้ 60,000 ล้านบาท ซึ่งก็คาดว่าจะใช้จ่ายเกินงบประมาณ แต่หลายปีที่ผ่านมาการใช้จ่ายงบในเรื่องนี้เกินไปเยอะมาก ซึ่งส่วนที่เพิ่มมากในช่วงหลังคือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกทั้งสิ้น เพราะเป็นการเบิกจ่ายตรงที่รับยาได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินก่อนและสามารถเบิกยาได้ดีกว่าบัญชีหลัก ต่างกับสมัยก่อนที่จะต้องจ่ายเงินก่อนแล้วนำใบเสร็จไปเบิกยา ปัจจุบันจึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สูงมาก ทั้งนี้ เข้าใจว่าท้องถิ่นจะบริหารจัดการค่ารักษาพยาบาลได้ยากเพราะเตรียมงบประมาณไว้ไม่พอ ซึ่งตนรับทราบถึงปัญหานี้แล้วและกำลังคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยขอเวลาไปศึกษาแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป



