
สมาคมไทยล้านนาสปาชี้ธุรกิจสปาเริ่มฟื้นตัว
สมาคมไทยล้านนาสปา เผยแนวโน้มธุรกิจสปาเดือน ก.ค. เริ่มฟื้นตัว หลัง 6 เดือนแรกลดลงมากที่สุดในรอบ 7 ปี กว่า 70% ชี้ปัจจัยการเมืองพ่นพิษ หวังเหตุการณ์สงบกลับเข้าสู่ภาวะปกติจริง เรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวคืน มั่นใจไฮซีซั่นปลายปีนี้ท่องเที่ยวฟื้นตัว
นายภาคิน พลอยภิชา นายกสมาคมไทยล้านนาสปา เปิดเผยกับ"กรุงเทพธุรกิจ"ว่า ภาพรวมธุกิจสปาในเดือน ก.ค.นี้ ถือว่าปรับตัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่า 50% เป็นสัญญาณและแนวโน้มที่ดี แต่เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนยังต่ำกว่าประมาณ 20 -30% หลังจากตลอดระยะเวลา 6 เดือนของปี 2553 ได้รับผลกระทบจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง โดยเฉพาะในเดือน มี.ค. - พ.ค. สถานการณ์ถดถอยที่สุดในรอบ 7 ปี ที่ธุรกิจสปาเผชิญ มีสัดส่วนลดลงไปถึง 70% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน
สมาคมฯเชื่อมั่นว่าหากสถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น ไม่มีเหตวุ่นวายทางการเมืองเกิดขึ้นอีกและนักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่น บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ในส่วนของรายได้ยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน แต่คาดหวังว่าจะมีรายได้ราว 500 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552 ธุรกิจสปาสร้างรายได้รวมประมาณ 700 -800 ล้านบาท
นายภาคิน กล่าวอีกว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวมทั้งระบบ และยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงประชาชน โดยเฉพาะพนักงานและลูกจ้างในห้างร้าน บริษัทต่างๆ ทุกฝ่ายจึงคาดหวังให้ปัญหาต่างๆคลี่คลายโดยเร็วและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นอีก เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ประกอบธุรกิจอย่างราบรื่นและมีรายได้เข้ามาบ้าง แม้ปีนี้เหลือระยะเวลาอีกเพียงสั้นๆ อาจไม่ได้กำไรมากนัก
"ในช่วงที่เกิดวิกฤตความวุ่นวายทางการเมือง ธุรกิจสปาได้รับผลกระทบจนปิดกิจการแบบถาวรและชั่วคราวไปประมาณ 3 - 4 แห่ง เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจึงไม่มีรายรับเข้ามา บางรายที่ปิดกิจการชั่วคราวเพื่อรอดูสถานการณ์หากบรรยากาศการท่องเที่ยวฟื้นตัวก็อาจกลับมาเปิดอีกครั้งในช่วงไฮซีซั่นนี้"นายภาคิน กล่าว



