
ภัยแล้งทำผู้เลี้ยงกุ้งสูญ100 ล. กาฬสินธุ์ เร่งผันน้ำชี-น้ำพานเข้าช่วย ปชช.
กาฬสินธุ์ - ภัยแล้งคุกคามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามอย่างหนัก ล่าสุดสรุปความเสียหายแล้วเกือบ 100 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนปีนี้เหลือน้อย
นายไพฑูรย์ คันธนาม ประธานสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม เปิดเผยว่า ผลกระทบตลอดฤดูการผลิต ปี 2553 นอกจากปัญหาน้ำในเขื่อนลำปาวหยุดส่งน้ำตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน ทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งมีปริมาณไม่เพียงพอ ประกอบกับปีนี้เกิดปรากฏการณ์ฝนแล้งและอากาศร้อนจัด เป็นเหตุให้เกิดปัญหากุ้งก้ามกรามน็อกตายรายวัน ซึ่งประเมินความเสียหายมากกว่า 70-100 ล้านบาท
ข้อเสนอแนะถึงแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ต้องการให้จังหวัดร่วมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะตารางการส่งน้ำจากเขื่อนลำปาวที่ควรจะทำประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะมีกิจกรรมใดต่อเนื่องในการซ่อมแซมคลองส่งน้ำก็ควรจะแจ้งให้เกษตรกรได้รับรู้เพื่อเป็นการเตรียมการรับมือ
"ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ทำหนังสือไปถึงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเข้ามาติดตามปัญหาภัยพิบัติในครั้งนี้ เบื้องต้นได้ขอให้ช่วยเหลือในเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบด้วย" นายไพฑูรย์ กล่าว
นายพรเทพ เหม็งประมูล ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามเกือบทุกปี แต่ในปีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นรุนแรงก็เพราะเกิดปัญหาฝนแล้ง ซึ่งในปีนี้ฝนเกิดทิ้งช่วงยาวนาน อีกทั้งในส่วนของตารางเวลาการปิดน้ำเพื่อปรังปรุงคู-คลอง ก็เกิดขึ้นตามปกติทุกปี แต่ปีนี้ในพื้นที่ไม่มีฝนตกลงมา จึงทำให้น้ำฝนตามธรรมชาติไม่มี อีกทั้งขณะนี้ถึงแม้ว่าเขื่อนลำปาวจะเริ่มปล่อยน้ำไปแล้ว บริเวณท้ายน้ำก็จะต้องมีปัญหา เพราะแรงดันน้ำไปไม่ถึง สิ่งที่ต้องการจะให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามช่วยเหลือ คงจะต้องหันไปพึ่งพาตนเองให้มาก โดยเฉพาะการจัดหากังหันตีน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ทั้งนี้ในส่วนของเขื่อนลำปาวยืนยันจะพยายามจัดตารางใหม่ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่
"เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามต้องเข้าใจว่า ปัญหาที่เกิดในปีนี้มีความรุนแรงกว่าทุกปี เพราะระดับน้ำในเขื่อนขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 395 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณกักเก็บที่ 1,430 ล้าน ลบ.ม. หากในอนาคตอีก 2 สัปดาห์ฝนไม่ตกลงมาในพื้นที่ นอกจากจะกระทบกับนากุ้งก้ามกรามแล้ว ในพื้นที่นาในเขตชลประทาน โดยเฉพาะท้ายน้ำกว่า 1 แสนไร่ นาข้าวก็จะต้องได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน" นายพรเทพ กล่าว
นายสุวิทย์ สุบลกฎ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดคงจะต้องให้เกษตรกรหันไปพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะการจัดหากังหันตีน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจน ในส่วนการจัดสรรตารางเวลาในการปิดเปิดน้ำคงต้องรอให้มีน้ำฝนใหม่เข้ามา ในส่วนของจังหวัดก็พยายามจัดหาแหล่งน้ำและผันน้ำจากลำน้ำชี ลำน้ำพาน เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้อย่างเต็มที่



