ข่าว

เลาะรั้วท้องถิ่น (พฤหัสบดีที่ 29 ก.ค.53)

เลาะรั้วท้องถิ่น (พฤหัสบดีที่ 29 ก.ค.53)

29 ก.ค. 2553

-ใช้บัตรเหลืองแทนสมาร์ทการ์ด
 ระนอง - นายสมบุญ ติกวัฒนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองระนอง เปิดเผยว่า กรมการปกครองแจ้งว่า การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) อยู่ระหว่างการจัดหาในขั้นตอนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการทดสอบคุณสมบัติการพิมพ์กับโปรแกรมการใช้งานของกรมการปกครอง ทำให้เกิดการขาดแคลน กระทบต่อการจัดทำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด เพื่อให้การทำบัตรประจำตัวของประชาชนดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ทางเทศบาลจึงให้ออกใบรับคำขอมีบัตร บ.ป.2 หรือบัตรเหลืองแทน หากประชาชนไปขอทำบัตรประชาชน ทั้งกรณีบัตรหายหรือครบอายุ

 -2 หมู่บ้านเตรียมมีน้ำประปาใช้
 ชลบุรี-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ 1 และหมู่ 5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ร้องเรียนมาว่า ไม่มีน้ำประปาใช้หลายปีแล้ว ทั้งที่พื้นที่อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำบางพระไม่กี่ร้อยเมตรนั้น ล่าสุดนายธนนภ สุวรรณพฤกษ์ ผจก.ประปาส่วนภูมิภาค สาขาศรีราชา ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านตกสำรวจ แต่ได้ประสานของบประมาณไปยัง อบจ. เพื่อวางท่อเมนเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าว และขณะนี้ได้วางท่อเมนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมจะเปิดให้บริการประชาชนที่ต้องการใช้น้ำประปากันแล้ว ซึ่งในตอนนี้กำลังเตรียมสำรวจบ้านเรือนที่มีความต้องการใช้น้ำประปา เพื่อให้มายื่นคำร้องขอใช้น้ำกับการประปาศรีราชา ก่อนเดือน ก.ย.2553

-สั่งเจ้าหน้าที่เข้มพร้อมรับมือน้ำท่วม
 น่าน-นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดฝนตกส่งผลให้ปริมาณน้ำบริเวณ อ.เมือง ขึ้นสูง ถือว่าหนักสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวบ้านใน 4 หมู่บ้าน คือ บ้านพวงพะยอม บ้านภูมินทร์-ท่าลี่ บ้านแสงดาว อ.ภูเพียง และบ้านดอนมูลพัฒนา อ.เมือง ได้รับความเสียหาย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเช็กสภาพอุปกรณ์ในการช่วยเหลือดึงน้ำออกจากเขตเมืองน่าน ทั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เรือท้องแบน เป็นต้น หากมีสถานการณ์เกิดขึ้นทางเทศบาลเมืองน่านก็จะมีรถเคลื่อนที่ล้อหมุน เสียงตามสายเฝ้าระวังประกาศแจ้งประชาชนล่วงหน้าหากมีน้ำป่าไหลหลากก่อนที่จะเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร มีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

-อุปกรณ์เตือนภัยขาด 400 จุด
 เชียงใหม่-นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ 25 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและดินโคลนถล่มถึง 916 จาก 2,000 กว่าหมู่บ้าน แม้ที่ผ่านมาภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุนให้ชาวบ้านติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำฝนไปแล้ว 590 จุด และติดตั้งไซเรนเตือนภัยแบบมือหมุนอีก 248 จุด แต่อุปกรณ์เตือนภัยก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกประมาณ 400 จุด จึงแจ้งเตือนผ่านไปยังนายอำเภอทั้ง 25 แห่ง ให้ช่วยแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้นำวิถีชุมชนและภูมิปัญญาดั้งเดิม อย่างการใช้เกราะไม้ไผ่เคาะเตือนภัย รวมถึงการใช้ไม้หลักปักริมลำห้วย เพื่อชี้วัดจุดอันตรายของระดับน้ำ เป็นเครื่องมือใกล้ตัวเพื่อแจ้งเตือนให้คนในพื้นที่ได้ทราบ