ข่าว

สรรพากรเล็งถกคลังรายได้ปี52วูบ

สรรพากรเล็งถกคลังรายได้ปี52วูบ

25 มี.ค. 2552

สรรพากรกุมขมับเศรษฐกิจติดลบ 3% ฉุดจัดเก็บรายได้ทรุดลงอีก เล็งหารือกระทรวงคลังประเมินรายได้ปี 2552 ใหม่ ยันไม่มีในโยบายรีดภาษีจากกลุ่มธุรกิจ เตือนธุรกิจที่ยังไปได้ดีอย่าแอบอ้างพิษเศรษฐกิจเลี่ยงภาษี

 นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กรมสรรพากร กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมปรับลดประมาณการการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี) ในปีนี้ โดยคาดว่าน่าจะติดลบประมาณ 3% หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรตามไปด้วย จึงมีความจำเป็นต้องประเมินรายได้ของรัฐปี 2552 ใหม่ โดยกระทรวงการคลังคงจะประเมินทั้ง 3 กรมจัดเก็บ คือ กรมสรรพากร กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต ซึ่งน่าจะปรับลดลงไปในแนวทางเดียวกัน

 ทั้งนี้ ตามภาวะปกติหากเศรษฐกิจดีและจีดีพีเพิ่ม 1% จะทำให้รายได้เพิ่มราว 1% กว่า แต่หากจีดีพีปรับลดลง 1% ก็จะทำให้การจัดเก็บรายได้ลดลงด้วย และก่อนหน้านี้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประมาณการว่าจีดีพีของไทยในปี 2552 จะขยายตัวอยู่ที่ 0-2% ก็ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้กรมสรรพากรลดลงแล้ว 1.2 แสนล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะหดตัวตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังอีกหลายธุรกิจที่ยังคงมีผลประกอบการที่ดี เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เพราะคนไทยเน้นการให้การศึกษาแก่บุตรหลานเป็นสำคัญ อีกทั้งรัฐบาลก็มีนโยบายสนับสนุนการศึกษาเป็นหลักด้วย ทำให้การจัดเก็บรายได้จากส่วนนี้ก็ยังคงจัดเก็บได้ดี รวมถึงการจัดเก็บจากธุรกิจภาคเกษตร สินค้าแช่แข็ง ที่สินค้ายังคงขายดีมาก อีกทั้งเมื่ออัตราดอกเบี้ยลด ธุรกิจประกันก็ค่อนข้างเฟื่องฟู เนื่องจากประชาชนหันมาทำประกันกันมากขึ้น รวมถึงธุรกิจส่งออกอาหารที่ธุรกิจไทยได้รับผลดีจากปัญหาเมลามีนจากประเทศจีนมาก

 "การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรไม่มีนโยบายเร่งรัดกับธุรกิจประเภทใดเป็นพิเศษ โดยจะจัดเก็บตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แต่ต้องระวังการสวมรอยเศรษฐกิจทรุด แล้วอ้างว่าธุรกิจได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งสรรพากรจะติดตามตลอดเวลาและรับทราบว่าธุรกิจกลุ่มใดยังดีอยู่" นายสาธิตกล่าว