ข่าว

จี้เร่งระบายข้าวในสต็อกช่วยดันราคา"พรทิวา" ชี้ล้มประมูลเดือน ก.พ.ทำขาดทุน 5-6 พันล้าน

จี้เร่งระบายข้าวในสต็อกช่วยดันราคา"พรทิวา" ชี้ล้มประมูลเดือน ก.พ.ทำขาดทุน 5-6 พันล้าน

27 ก.ค. 2553

พาณิชย์-โรงสีเชียร์เร่งระบายข้าวในสต็อกรัฐโดยเร็ว หวังช่วยดันราคาข้าวกระเตื้องขึ้น "พรทิวา" ชี้หากไม่ล้มประมูลเดือนกุมภาพันธ์ รัฐไม่ต้องขาดทุน 5-6 พันล้านบาท ด้านนายกฯ เตรียมตั้งคณะทำงานตรวจสต็อก

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวคิดที่จะระบายข้าวจากสต็อก 50% เชื่อว่าจะลดแรงกดดันต่อราคาข้าวไทยและข้าวในตลาดโลก อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนค่าเก็บข้าวในโกดัง ซึ่งปัจจุบันต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บข้าวประมาณเดือนละ 810 ล้านบาท นอกจากนี้การที่รัฐยกเลิกประมูลข้าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2553 จำนวน 5 แสนตัน ยังทำให้ตลาดข้าวของไทยหายไปอีก เพราะตอนที่มีผู้ซื้อ แต่ไทยกลับไม่ขาย และหากขายข้าวไปตอนนั้น ราคาประมูล 1.5-1.6 หมื่นบาทตัน รัฐก็ไม่ต้องขาดทุน 5-6 พันล้านบาท

 "การขายข้าวตอนนั้นหรือตอนนี้เราก็ขาดทุนเหมือนกัน และสินค้าเกษตรก็เก็บไว้นานไม่ได้ เพราะจะเสื่อมคุณภาพ ดังนั้นในแง่การค้าไม่ใช่เก็บไว้ ซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่า พอจะขายข้าวออกไป ก็พูดกันแต่เรื่องไม่ดี และการเก็บข้าวไว้ในสต็อกกว่า 5 ล้านตัน ก็มีแรงกดดันทำให้ราคาข้าวตกต่ำทั้งในประเทศและตลาดโลก" นางพรทิวา กล่าว

 นายปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า เดิมมีการคาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวจะน้อยลง จากปัญหาเพลี้ยระบาดในเมืองไทย และภัยแล้งในประเทศผู้ผลิตข้าว ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้นไปถึง 1.7-1.8 หมื่นบาทต่อตัน แต่กลายเป็นวงการข้าวคาดการณ์ผิดทั้งหมด เพราะราคาข้าวเริ่มตกลงมาเรื่อยๆ หลังจากยกเลิกประมูลข้าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตลาดโลกก็รับรู้มาตลอดว่าไทยมีข้าวในสต็อก 5.6 ล้านตัน และรอเวลาว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะระบายข้าวในสต็อกออกมา ทำให้มีการหยุดซื้อ เพื่อรอซื้อข้าวในราคาถูก

 "ขณะนี้ได้กลับไปสู่วงจรที่ทำให้โรงสี ผู้ส่งออก และผู้ซื้อข้าวต่างประเทศไม่กล้าซื้อข้าว เพราะซื้อข้าวมาเก็บไว้ในราคาสูง เช่นเดียวกับผู้ซื้อในต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาข้าวไม่ขยับ ดังนั้นรัฐบาลไทยควรระบายข้าวในสต็อกออกไปอย่างน้อย 1 ล้านตัน โดยเฉพาะการใช้แนวทางระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เพื่อลดสินค้าในสต็อก ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวในตลาดสูงขึ้น" นายปราโมทย์ กล่าวและว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องขายราคาสูงมาก เพราะอย่างไรการขายข้าวในสต็อกก็ขาดทุนอยู่แล้ว

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมจัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามและตรวจสอบข้าวสารในสต็อกข้าวของรัฐบาล ที่มีอยู่กว่า 5 ล้านตัน เพื่อสำรวจปริมาณและคุณภาพข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลทั้งหมด ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่ผลผลิตข้าวนาปีประจำปี 2553/2554 จะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เร่งดำเนินการระบายสินค้าเกษตร ทั้งข้าวและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่อยู่ในสต็อกของรัฐบาลเป็นจำนวนมากโดยเร็ว