
ทีดีอาร์ไอแนะรื้อโครงสร้างภาษี
ทีดีอาร์ไอศึกษาพบโครงสร้างภาษีของไทยยังไม่เป็นธรรม ผู้ถือครองทรัพย์สินไม่ต้องเสียภาษี สรรพากรชี้บุคคลธรรมดาหนีภาษีถึง 9 แสนคนส่งผลรายได้หายแสนล้าน แนะรื้อฐานข้อมูลภาษีใหม่
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า การใช้มาตรการการคลังเพื่อความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเน้นการขยายฐานภาษีนั้นพบว่าฐานภาษีของไทยมีการขยายตัวตามเศรษฐกิจ โดยฐานรายจ่ายขยายตัวเร็วกว่าฐานรายได้ แต่อัตราภาษีมีแนวโน้มต่ำลงอย่างรวดเร็วจากการลดอากรนำเข้า
ส่วนฐานทรัพย์สินคาดว่ามีขนาดใหญ่กว่าฐานรายได้และรายจ่าย ซึ่งความไม่เสมอภาคทางภาษีเกิดจากผู้มีความสามารถเสียภาษีเท่ากันยังเสียภาษีต่างกัน เพราะผู้มีหน้าที่ยื่นเสียภาษีตามกฎหมายจำนวนมากไม่ได้ยื่นเสียภาษี หรือแจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง กฎหมายหรือระเบียบบางประการทำให้ผู้มีรายได้เท่ากันเสียภาษีต่างกันซึ่งจากกรมสรรพากรระบุว่ามีผู้ยื่นเสียภาษีเพียง 1 ใน 4 ของผู้มีเงินได้พึงประเมิน ส่วนประเด็น 2 การใช้ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมเทียบเคียงกับข้อมูลจากกรมสรรพากร พบว่าผู้มีเงินได้ถึงระดับที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่ยอมเสียภาษีมีถึง 4- 9 แสนคน ทำให้เม็ดเงินภาษีน้อยกว่าที่ควรจะเป็นหลายหมื่นล้านบาท หรืออาจถึงระดับแสนล้านบาท
ส่วนภาษีจากฐานรายจ่าย พบว่ากิจการขนาดใหญ่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราต่ำกว่ากิจการขนาดเล็ก หรือภาษีสรรพสามิตก็จัดเก็บต่างกันแม้เป็นสินค้าประเภทเดียวกัน ในขณะที่ภาษีจากฐานทรัพย์สินพบว่ามีผู้ถือครองทรัพย์สินจำนวนหนึ่งไม่ได้เสียภาษี ความไม่เสมอภาคจึงมาจากโครงสร้างภาษี อัตราภาษี โดยเฉพาะการยกเว้นให้กลุ่มอาชีพหรือบางภาคเศรษฐกิจ เช่น ภาคเกษตรทั้งที่มีเกษตรกรที่มีรายได้สูงเท่ากับนอกภาคเกษตรแต่ไม่ต้องเสียภาษี
ทั้งนี้มองว่าควรปรับเปลี่ยนกฎหมายว่าด้วยการยื่นเสียภาษีใหม่โดยให้ผู้มีอายุครบ 18 ปีทุกคนต้องยื่นแบบฟอร์ม ไม่ว่าจะมีงานทำหรือมีรายได้หรือไม่ หรืออาจมีแรงจูงใจให้ผู้มีรายได้น้อยอยากยื่นแบบฟอร์มโดยผูกเงื่อนไขการรับสวัสดิการบางประเภท เช่น เงินค่าเลี้ยงดูบุตร สิทธิ์การรับการฝึกฝีมือแรงงาน รวมทั้งควรเร่งรัดการขยายระบบประกันสังคมไปสู่แรงงานนอกระบบ ซึ่งจะทำให้ได้ฐานข้อมูลผู้เสียภาษีครบถ้วน



