ข่าว

คำขอโทษที่เกือบช้าเกินไป (2)

คำขอโทษที่เกือบช้าเกินไป (2)

28 ก.ค. 2553

นายโอบามากล่าวว่าได้แนะนำให้ "ผู้ร่วมงาน" ทุกคนต้องหมั่นตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า "เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแทนที่จะคำนึงแต่ความจำเป็นทางการเมืองที่มากดดันในช่วงเวลานั้น เราจะต้องใช้เวลาขบคิดปัญหาต่างๆ ให้ทะลุปรุโปร่ง"

 ด้านนายทอม วิลแซค รัฐมนตรีเกษตรก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษนักการเมืองออกปากขอโทษนางเชอร์ร็อดกลางที่สาธารณะ พร้อมกับยอมรับผิดว่าการตัดสินใจผิดๆ ครั้งนั้นมาจากตัวเขาเองโดยไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นใดและรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นก็ชมว่า "เธอเป็นผู้หญิงที่ดีงามแต่กลับต้องมาตกนรกทั้งเป็น...ผมขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง" ในโอกาสนี้ก็เสนองานใหม่ให้เธอทำด้วย

 นางเชอร์ร็อดเองก็ใจเด็ดกล่าวว่ายินดีอโหสิและยอมรับคำขอโทษทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะกลับเข้าไปทำงานในตำแหน่งใหม่หรือไม่ ระหว่างนี้ก็ตระเวนให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เกือบทุกช่องทั้งในเมืองแอตแลนตา จอร์เจีย และนิวยอร์ก อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้ซีเอ็นเอ็นบันทึกภาพตอนหนึ่งระหว่างที่เธอรับโทรศัพท์จากนายโอบามาขณะขับรถไปตามถนนสายต่างๆ ในนิวยอร์ก

 เพียง 2-3 วันที่เหมือนกับตกนรกทั้งเป็น นางเชอร์ร็อดก็สามารถกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา สมาคมเอ็นเอเอซีพี นอกจากจะยอมขอโทษแล้ว ยังได้โพสต์คำปราศรัยฉบับเต็มความยาว 43 นาทีของเธอด้วย ขณะเดียวกัน ชาวนาผิวขาวยากจนคนนั้นก็ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ว่านางเชอร์ร็อดมีส่วนช่วยเหลือเขาให้สามารถรักษาผืนนาไว้ได้

 ส่วนนายแอนดรูว์ เบรทบาร์ต เจ้าของบล็อกเกอร์คลิปตัดต่อคลิปนั้นแทนที่จะสำนึกผิด กลับแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าทำไปเพื่อเปิดโปงว่าในสมาคมเอ็นเอเอพีซียังมีการเหยียดผิวอยู่ และทำไปเพื่อตอบโต้องค์การด้านสิทธิพลเมืองที่ต่อสู้เรื่องการเหยียดสีผิวมาตลอด อย่างไรก็ดี นายเบรทบาร์ตยอมแก้ไขเว็บไซต์ของตัวเองบ้างเล็กน้อยตรงที่ระบุว่านางเชอร์ร็อดพูดในฐานะที่เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตร โดยแก้เป็นว่าช่วงที่เกิดเหตุเธอทำงานเป็นเอ็นจีโอ

 "เขาจงใจจะทำลายฉันให้ย่อยยับ...ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อหวังจะบดขยี้สมาคมเอ็นเอเอซีพี" นางเชอร์ร็อดให้ความเห็นพร้อมกับเผยว่าเธออาจจะฟ้องนายเบรทบาร์ตในข้อหาหมิ่นประมาท

  บทเรียนที่เกิดขึ้นนี้ตอกย้ำว่าน้ำผึ้งหยดเดียวจากคนใจทรามที่ใช้สื่อทางเลือกมาเป็นเครื่องมือสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นหากคนผู้นั้นใจไม่เข้มแข็งมากพอ โดยมนุษย์ใจทรามผู้นั้นซึ่งไม่สำนึกผิดไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์