ข่าว

"สยามมกุฎราชกุมาร"ของปวงไทย

"สยามมกุฎราชกุมาร"ของปวงไทย

28 ก.ค. 2553

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระนามเต็ม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร

ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรก ในสมัยการปกครองระบอบประชาธิปไตย

 เมื่อทรงมีพระชนมายุ 20 ชันษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2515 ตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร" และเมื่อทรงมีเจริญวัยอันควรจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระราชอิสริยยศแต่งตั้งเป็น สมเด็จพระยุพราช สยามมกุฎราชกุมาร หรือ องค์รัชทายาท

 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกมุารี ทรงสำเร็จการศึกษาขั้นต้นในระดับอนุบาล รุ่นที่ 2 จากโรงเรียนจิตรลดา แล้วจึงเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงส์มีด แคว้นซัสเซกส์ และในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิลฟิลด์ แคว้นซอมเมอร์เซท ประเทศอังกฤษ หลังจากนั้นเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเบื้องต้นแล้ว ได้ทรงศึกษาต่อวิชาทหารที่โรงเรียนคิงส์สกูล ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้ทรงการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสาขาอักษรศาสตร์ (ด้านการทหาร) จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

 และหลังจากเสด็จกลับประเทศไทย ทรงรับราชการทหาร และศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 46 เมื่อ พ.ศ.2520 และทรงผนวช เมื่อ พ.ศ.2521 จากนั้นทรงศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รุ่นที่ 2 เมื่อ พ.ศ.2525 และหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร จากประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ.2533 พร้อมกันนี้ก็ทรงฝึกอบรมด้านวิชาการทหารอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนทรงได้รับพระราชอิสริยยศ พลเอก พลเรือเอก และ พลอากาศเอก ในปีพ.ศ.2535

  ด้วยทรงมีความสนพระราชหฤทัยด้านการทหารมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จึงทรงมีความรู้เชี่ยวชาญอย่างมาก และได้พระราชทานความรู้เหล่านั้นแก่ทหารของไทยด้วย ด้วยทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างแก่นายทหาร ทรงสนพระทัย เอาพระทัยใส่ในความเป็นอยู่ทุกข์สุขของทหารผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึง รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรของทหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความเทิดทูนและความจงรักภักดีแก่เหล่าทหารเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ก็ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน ทั้งด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านการเกษตร ด้านเยาวชน เพื่อให้พสกนิกรในพระองค์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 เนื่องในคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวันที่ 28 กรกฎาคม ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาให้ทรงปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสวัสดิ์ สิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคลให้สัมฤทธิ์แก่พระองค์ตลอดไป

 ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ทีมข่าวสังคม หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก