
อภิสิทธิ์แจงพธม.ไทยจำเป็นร่วมประชุมมรดกโลก
พธม.จี้นายกฯยกเลิกเอ็มโอยูกับเขมรปี 43 อ้างอนาคตอันตราย พร้อมไม่สนับสนุนไทยส่งตัวแทนร่วมประชุมยูเนสโก ขณะที่นายกฯยันต้องร่วมเพื่อรักษาสิทธิ์ เล็งประท้วงมติคกก.มรดกโลกหากยอมรับแผนเขมร จี้ยูเอ็น-ยูเนสโก้ต้องช่วยสร้างสันติภาพ
เมื่อเวลา 14.40 น.วันที่ 27 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าบ้านพิษณุโลก พร้อมด้วยนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เพื่อพบกับกลุ่มแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือพธม.นำโดยนายพิภพ ธงไชย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายคำนูญ สิทธิสมาน มล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ หารือกรณีคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในนามตัวแทนภาคประชาชนไทย และเครือข่ายต่าง ๆ โดยใช้เวลาเข้าพบนานเกือบ 2 ชั่วโมง
ภายหลังหารือ นายปานเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความเห็นค่อนข้างไม่ตรงกัน อาทิ กรณีที่พันธมิตรเห็นว่าควรยกเลิกบันทึกความเข้าใจการสำรวจและการปักปันเขตแดนทางบกปี 2543 หรือเอ็มโอยู เพราะหวั่นจะเป็นอันตรายในอนาคตหากรัฐบาลจะนำมาใช้ประโยชน์เพื่อส่วนตน แต่นายกฯ กลับเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการแบ่งพื้นที่ทับซ้อน ขณะที่ข้อเสนอให้ขับไล่ทหารและชาวกัมพูชาพ้นจากพื้นที่พิพาท นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามใช้สิทธิ์ในการประท้วงกรณีดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลไม่อยากจะให้นำไปสู่การเกิดภาวะสงครามขึ้น
เผยหลังเจรจายอมสลายตัว
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอที่เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรส่งผู้แทนรัฐเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศบราซิล โดยให้เป็นการทำหนังสือส่งไปแทนนั้น นายกรัฐมนตรีกลับเห็นว่ารัฐบาลจะได้ขอใช้สิทธิ์ในการประท้วงให้สิ้นสุดก่อน จากนั้นค่อยมาหาวิธีการจัดการกันต่อไป ซึ่งตรงนี้พันธมิตรเชื่อว่าจะไม่เป็นผลนัก รัฐบาลจะต้องบอยคอตในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรียืนยันกับตัวแทนทั้ง 5 คนว่า รัฐบาลจะยึดหลักสันปันน้ำในการแบ่งเขตแดนบริเวณเขาพระวิหาร และไม่ยอมรับการใช้แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 ของกัมพูชาที่ใช้ยื่นจดทะเบียนปราสาท เพราะถือเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทย ทั้งนี้คณะผู้เข้าร่วมประชุมเตรียมนำผลสรุปดังกล่าวไปแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบก่อนที่กลุ่มภาคีจะสรุปเพื่อหาแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไป
มีรายงานว่า หลังการหารือกับนายกรัฐมนตรี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพธม.ประกาศให้ผู้ชุมนุมสลายตัว หลังองค์การยูเนสโกประกาศจะนำข้อเสนอของภาคีส่งไปยังที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ ประเทศบราซิล ขณะที่ผลหารือระหว่างนายกฯ และตัวแทนพันธมิตรเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้ พล.ต.จำลอง ยืนยันว่า รัฐบาลจะต้องไล่ทหารและพลเรือนกัมพูชาออกจากพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหารให้ได้
อภิสิทธิ์เล็งประท้วงมติคกก.มรดกโลกหากยอมรับแผนเขมร
เมื่อเวลา 16.45 น. นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงการหารือกับแกนนำพธม.ว่า แม้รัฐบาลและฝ่ายพันธมิตรฯจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่เจตนาคงไม่ต่างกันในการที่จะรักษาอธิปไตยและรักษาสิทธิ์ของเรา แต่สิ่งที่อยากยืนยันคือ การดำเนินการในกรอบของคณะกรรมการมรดกโลกเป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการในการรักษาสิทธิ์ของเราให้ดีที่สุดในทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกำลังเดินสายไปทำความเข้าใจและคัดค้านการเดินหน้าการบริหารและแผนพื้นที่ที่จะเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจุดยืนของประเทศไทยที่มีมติครม.รองรับว่าคณะกรรมการมรดกโลกไม่ควรจะพิจารณาเรื่องนี้จนกว่าจะมีข้อยุติในการจัดทำหลักเขตแดน ทั้งนี้เราจะมีการประเมินอีก ครั้งในช่วงค่ำของวันที่ 28 ก.ค.นี้ว่าแนวทางของคณะกรรมการมรดกโลกเป็นอย่างไร
“อย่างไรก็ตามถ้ามติของคณะกรรมการมรดกโลกจะดึงดันในลักษณะซึ่งกระทบกระเทือนกับเรา เราจะมีการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเราไม่ยอมรับ คือ 1.ไม่ยอมรับว่ามติของกรรมการดกโลกไม่มีผลมาตัดสินอะไรที่จะมาเกี่ยวข้องกับอำนาจในเรื่องของเขตแดนและอธิปไตย 2.ถ้ามีความพยายามบริหารจัดการพื้นที่โดยล่วงล้ำอธิปไตยของเรา เราจะไม่ให้ความร่วมมือ ส่วนปัญหาที่เป็นข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งทางกลุ่มที่เคลื่อนไหวต้องการให้เรายกเลิกบันทึกข้อตกลงทำความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างไทย-กัมพูชา ปี 2543 แต่รัฐบาลเห็นว่า เอ็มโอยู นี้เป็นประโยชน์ เพราะเป็นการยอมรับว่าพื้นที่ที่กัมพูชาจะอ้างแผนที่ยังเป็นพื้นที่ที่มีปัญหา ไม่อาจถือตามแผนที่ของกัมพูชาได้ และเรายืนยันว่าต้องถือตามสนธิสัญญา อีกทั้งการยอมรับของกัมพูชาใน เอ็มโอยู นี้ ยังรวมถึงการที่ต้องไม่เข้ามาปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงสภาพในพื้นที่ ซึ่งเป็นฐานที่ทำให้เราจะใช้ในการประท้วง เหมือนที่เราเคยทำมานับสิบครั้ง รวมถึงยังเป็นการแสดงออกถึงการรักษาสิทธิ์ของไทย และถ้ายกเลิก เอ็มโอยู ก็เท่ากับกัมพูชาจะไปยึดตามแผนที่ของเขาแล้วเราจะยึดอะไร มันก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้ดีขึ้นเลย” นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า นอกจากนี้จะเป็นจุดที่เปิดโอกาสให้ความขัดแย้งนี้ยังมีทางออกอื่นที่ไม่ใช่ การสู้รบหรือใช้กำลังปะทะกัน ซึ่งคิดว่าทั้งไทยและกัมพูชาไม่ต้องการที่จะให้มีการปะทะกัน
เมื่อถามว่าหากคณะกรรมการมรดกโลกรับแผนการบริหารจัดการพื้นที่ของกัมพูชาไทยจะแสดงออกอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะหารือกับนายสุวิทย์ และจะนำข้อมูลหารือกับที่ประชุมครม.ในพรุ่งนี้(28 ก.ค.) เมื่อถามว่าเป็นเรื่องที่ไทยจะลาออกจากการเป็นคณะกรรมการมดรกโลกใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีหลายทางเลือก เริ่มตั้งแต่เบาไปหาหนัก ตั้งแต่การจะเข้าร่วมพิจารณาหรือไม่ จนไปถึงเรื่องอื่นๆ
“ยืนยันว่าแม้คณะกรรมการมรดกโลกจะยอมรับแผนบริหารจัดการของกัมพูชาก็ไม่ได้หมายความว่าไทยเสียดินแดน เพราะยูเนสโกไม่ได้มีอำนาจและรัฐบาลไทยจะมีการบันทึกเอาไว้อย่างชัดแจ้ง เพื่อไม่ให้เกิดเหมือนในอดีตที่กฎหมายมาปิดปาก โดยเราจะออกมาทักท้วงอย่างชัดเจน และเราจะไม่ยอมรับ รวมถึงจะไม่ให้ความร่วมมือกับการบริหารจัดการพื้นที่ในเขตแดนที่ถือว่าเป็นของเรา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กัมพูชาไม่ยอมแจกเอกสารแผนบริหารจัดการต่อที่ประชุมกรรมการดังกล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราได้ทักท้วงไปแล้ว และถ้ายังมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมเราก็จะทักท้วงอีกครั้ง เมื่อถามว่าคิดว่ากัมพูชาทำผิดมารยาทหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราเห็นว่าผิดกฎระเบียบของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเราก็ได้ย้ำกับคณะกรรมการฯและองค์กรยูเนสโกแล้วว่าไม่ควรเพิกเฉยต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น
“สิ่งที่เราย้ำคือสหประชาชาติ(ยูเอ็น)และองค์กรที่เกี่ยวข้องถูกตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่มีความพยายามที่จะผักดันเรื่องมรดกโลก พื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวได้กลายเป็นพื้นที่ของความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโกต้องตระหนักว่าหน้าที่ของเขาไม่ใช่ การส่งเสริมให้มีการสู้รบกัน แต่มีหน้าที่ในการแสวงหาสันติภาพและส่งเสริมวัฒนธรรม ซึ่งตรงนี้เป็นจุดยืนที่นายสุวิทย์ใช้ในการเดินสาย ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าไทยต้องการใช้กำลังกับใคร แต่ต้องการที่จะให้หลักของการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกันยังดำรงอยู่ รวมถึงแสวงหาทางออกโดยสันติวิธี” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าถ้าเดินมาถึงจุดที่เลวร้ายที่กรรมการมรดกโลกรับแผนของทางกัมพูชา ไทยจะส่งกองกำลังลงไปตรึงพื้นที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เอาไว้พิจารณากันอีกครั้งว่ารูปแบบและวิธีการจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้โดยสภาพข้อเท็จจริงปัจจุบันพื้นที่ที่มีปัญหาบริเวณชายแดนก็มีการยันกำลังกันอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งทั้งสองฝ่ายพยายามแสดงออกถึงสิ่งที่คิดว่าเป็นสิทธิ์ของตัวเอง แต่ก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่ปะทะกัน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกองทัพตระหนักถึงภาระหน้าที่ของตัวเองดี
เมื่อถามว่าคิดว่ามีเรื่องการเมืองและผลประโยชนในคณะกรรมการมรดกโลกหรือไม่ เพราะเคยมีการวิจารณ์ว่าคณะกรรมการฯ มีเรื่องของผลประโยชน์จากบางประเทศที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา นายกรัฐมนตรี ยิ้ม ก่อนจะเลี่ยงตอบว่า “ไม่ขอไปยืนยันอะไรตรงนั้น เพราะเป็นเรื่องของข้อกล่าวหาที่ใครจะคิดหรือวิเคราะห์กันไป แต่หน้าที่ของรัฐบาลไทยคือคณะของเราต้องไปโน้มน้าวให้คณะกรรมการมรดกโลกได้ เห็นถึงสิ่งที่ดีที่สุดในการส่งเสริมเรื่องของวัฒนธรรม ซึ่งชั้นนี้คือการเลื่อนการพิจารณาไปจนกว่าจะมีการตกลงในเรื่องของเขตแดนได้ระหว่างไทยกับกัมพูชา”
เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดที่แล้วควรมีส่วนรับผิดชอบอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความเสียหายที่ตกหนักตอนนี้มาจากเหตุการณ์เมื่อปี 2551



