ข่าว

ชงเพิ่มสัดส่วนแรงงานเข้าอบรม
ส.อ.ท.หารือ สศช.ปรับเกณฑ์โครงการต้นกล้าอาชีพ

ชงเพิ่มสัดส่วนแรงงานเข้าอบรม ส.อ.ท.หารือ สศช.ปรับเกณฑ์โครงการต้นกล้าอาชีพ

25 มี.ค. 2552

ส.อ.ท.ร่วมหารือ สศช.โครงการต้นกล้าอาชีพ เสนอปรับเกณฑ์เพิ่มสัดส่วนแรงงานเข้าอบรมจาก 20% เป็น 50% จี้รัฐต้องเร่งเดินหน้าโครงการอบรมด่วน เพื่อชะลอการเลิกจ้างให้เร็ว มองหากช้าไม่ช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการเลิกจ้าง

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท.ว่า ที่ประชุมได้ให้สายงานแรงงาน ส.อ.ท. เข้าหารือการเข้าร่วมโครงการกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับการกำหนดรายละเอียดการอบรมเพื่อชะลอการเลิกจ้างในโครงการต้นกล้าอาชีพ โดย ส.อ.ท.มีข้อเสนอให้ปรับเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการในหลายประเด็น ได้แก่ การกำหนดให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต้องอยู่ในธุรกิจส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่ง ส.อ.ท.เห็นว่าควรขยายความให้ครอบคลุมธุรกิจส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะธุรกิจส่งออกทางอ้อมเป็นกลุ่มที่ได้รับปัญหาจากคำสั่งซื้อต่างประเทศชะลอตัวลง

 นอกจากนี้ สศช.ได้กำหนดจำนวนแรงงานที่จะเข้าร่วมโครงการชะลอการเลิกจ้าง ต้องมีสัดส่วนไม่เกิน 20% ของแรงงานแต่ละแห่ง ส.อ.ท.เห็นว่าควรปรับเงื่อนไขให้โรงงานส่งแรงงานเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ 20-50% ของจำนวนแรงงานแต่ละแห่ง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการที่สมัครเข้าไป ซึ่งแต่ละรายมีความจำเป็นไม่เท่ากัน

 "ส.อ.ท.เห็นด้วยกับการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี มีแรงงานไม่เกิน 200 คน แต่ สศช.จะพิจารณาการเปิดให้เอสเอ็มอีที่มีแรงงานมากกว่า 200 คน เข้าร่วมโครงการได้" นายสันติ กล่าวและว่า รัฐบาลจะเปิดอบรมชะลอการเลิกจ้างได้มากน้อยเพียงใดขึ้นกับงบประมาณที่รัฐบาลจะแบ่งให้ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการโครงการอบรม เพื่อชะลอการเลิกจ้างให้เร็วที่สุด หากทิ้งช่วงไว้นานอาจจะไม่ช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการเลิกจ้างได้ เนื่องจากขณะนี้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลงมาก

 นายสมมาต ขุนเศรษฐ รองเลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า สศช.ได้นัด ส.อ.ท.หารือรายละเอียดโครงการอีกครั้งในวันที่ 31 มีนาคม 2552 โดยภาคเอกชนเห็นว่ารัฐควรอบรมเพื่อชะลอการเลิกจ้างทั้งหมด 1.5 แสนคน แต่ขณะนี้ได้ส่งรายชื่อผู้ประกอบการที่สมัครเพื่ออบรมชะลอการเลิกจ้างให้ สศช.พิจารณาแล้ว 5.7 หมื่นคน ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ รองเท้า เครื่องนุ่งห่ม ขณะเดียวกัน ได้ส่งคำสั่งซื้อและข้อมูลทางการเงินให้รัฐบาลแล้ว โดย สศช.มีคณะกรรมการกลั่นกรองผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการ