ข่าว

รายงาน :  เส้นทางหนีภาษี "แก๊งยาเถื่อน"

รายงาน : เส้นทางหนีภาษี "แก๊งยาเถื่อน"

27 ก.ค. 2553

"ยา" คือ 1 ในปัจจัย 4 ที่ราคาพุ่งทยานสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะยานำเข้าจากต่างประเทศ คนไข้หลายคนเริ่มใช้วิธีขอชื่อยาจากหมอแล้วไปตระเวนหาซื้อเองตามร้านขายยาที่มีชื่อเรื่องขายยาราคาถูก แล้วหลงดีใจว่าซื้อยาได้ "ถูกสุดๆ" หารู้ไม่ว่ายาเหล่านี้มีเบื้องหลังข้องเกี่ย

 ล่าสุด เจ้าหน้าที่ศุลกากรสนามบินสุวรรณภูมิแถลงผลจับกุมยาอันตรายที่ลักลอบนำเข้าทางเครื่องบินได้มากถึง 1 หมื่นกว่ากล่อง มูลค่าประเมิน 19 ล้านบาท ถือเป็นการจับยาเถื่อนครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา

 ยาอันตรายที่จับกุมได้มีทั้งยาดักจับไขมันช่วยลดความอ้วน, ยาปลุกเซ็กส์, ยาต้านมะเร็ง, ยาปลูกถ่ายอวัยวะ ฯลฯ โดยยาเหล่านี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย แม้ว่าในโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งจะสั่งยากลุ่มนี้ให้คนไข้ แต่ก็ต้องมีใบสั่งแพทย์เฉพาะทาง หรือที่เรียกกันว่า "ยาพิเศษ" แพทย์เฉพาะทางสั่งได้แม้ยาจะยังไม่ผ่าน อย.ก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นยาราคาแพง

 แก๊งค้ายาเถื่อนจึงฉวยโอกาสจากช่องว่างตรงนี้เป็นตลาดค้ายาหนีภาษี เช่น เซนิคอล (ZENICAL) ยาดักจับไขมันที่ทำหน้าที่ช่วยลดการดูดซึมไขมันในอาหารที่รับประทาน มีประกาศขายในเว็บไซต์หลายแห่งราคาสูงถึงกล่องละ 2,700 บาท ข้างในมีแค่ 84 เม็ด ตกราคาเม็ดละ 30 กว่าบาท

 ส่วนยาอันตรายที่ใช้ในการรักษามะเร็ง "ทาม็อกซิเฟน" (TAMOXIFEN) ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะสั่งให้ผู้หญิงที่ผ่าตัดมะเร็งเต้านมหรือให้เคมีบำบัด เป็นยาออกฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งราคากล่องละหลายพันบาท เชื่อว่าราคายาชนิดนี้ในตลาดมืดจะขายถูกกว่าครึ่งหนึ่ง

 แต่ยาที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรให้ความสนใจมากสุดก็คือ "ซูเปอร์คามากรา" (Super KAMAGRA) ยาปลุกเซ็กส์คู่แข่งสำคัญของไวอากร้า แต่ผลิตโดยอาบังจากอินเดียที่โหมโฆษณาว่าได้ผลยิ่งกว่าต้นตำรับ ยาคามากรามีประกาศขายในเว็บไซต์หลายแห่งโดยอ้างสรรพคุณว่า...

 "สุดยอดยาเสริมสมรรถภาพของอินเดีย 1 เม็ด ประกอบด้วยสาร xxx ตัวเดียวกับยาไวอากร้า ยาออกฤทธิ์แข็งตัวเต็มที่ เสริมความมั่นใจชายเต็ม 100% ราคาถูก 1 แผง 4 เม็ด 380 บาท กินง่าย ออกฤทธิ์เร็ว พกพาสะดวก ราคาถูก ส่งฟรีทางเอสเอ็มเอสทั่วประเทศ"

 ซูปเปอร์คามากราเป็นยาปลุกเซ็กส์ที่ราคาถูกกว่าไวอากร้าหลายเท่า เพราะไวอากร้าของฝรั่งแบบถูกกฎหมายราคาเม็ดละไม่ต่ำกว่า 300-500 บาท ส่วนยาอินเดียขวัญใจคนจนมีราคาแค่เม็ดละ 100 บาทเท่านั้น แต่คุณผู้ชายที่แอบซื้อกินต้องเสี่ยงหน่อยเพราะ อย.ยังไม่รับรองว่าได้ผลจริงหรือไม่ ?!!

 "กรศิริ พิณรัตน์" รองอธิบดีด้านยุทธศาสตร์ ที่วางแผนจับกุมยาเถื่อนลอตนี้ เล่าว่า ยาพวกนี้ไม่ใช่ยาปลอม แต่เป็นยาเลี่ยงภาษี จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้ขออนุญาตจาก อย.ของไทย ตามปกติแล้วยาจะเสียภาษีประมาณ 10-30% แต่ยาชุดนี้แอบขนส่งเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2553 โดยสายการบินเค-ไมล์ (K-MILE) ซึ่งเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้นำเข้ายาเถื่อนสำแดงสินค้าเป็นแผ่นวงจรพิมพ์ (printed circuit board) น้ำหนักรวม 272 กิโลกรม

 นอกจากแจ้งเท็จว่าเป็นอุปกรณ์อื่นแล้ว ยังขอใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำให้ไม่ต้องแสดงสินค้าเพื่อเสียภาษีด้วย แต่พอเปิดกล่องออกดูจึงรู้ว่าเป็นยาเถื่อนรวม 10,857 กล่อง ประเมินมูลค่าของกลางได้ 19.12 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงอายัดไว้ ถือเป็นยาต้องห้ามในการนำเข้าประเทศไทยตาม พ.ร.บ.ยา 2510

 ส่วนเบื้องลึกการจับยาหนีภาษีชุดใหญ่ครั้งนี้ "ธนัท สุวัธนเมธากุล" ผอ.สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือเจ้าของฉายา "มือปราบของเถื่อน" เปิดเผยว่า ในแต่ละวันสนามบินสุวรรณภูมิจะมีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศหลายร้อยตู้คอนเทนเนอร์ ศุลกากรต้องใช้วิธีสุ่มตรวจเพื่อเสาะหาสินค้าหนีภาษี ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีการแจ้งเบาะแสก็จะตรวจไม่พบ เช่นเดียวกับกรณียาเถื่อนชุดนี้มีคนแจ้งว่า

 "จะมีการขนยาเถื่อนเข้ามา แล้วสำแดงว่าเป็นวงจรไฟฟ้าในวันที่...จากประเทศ..."

 "เราก็นั่งจ้องและเฝ้าเลยว่ามีจริงไหม ซึ่งก็เป็นจริง เพราะยาเถื่อนส่วนใหญ่จะมีต้นทางจากสิงคโปร์ เพราะเป็นประเทศปลอดภาษี แก๊งค้ายาจะสั่งยาที่ตลาดต้องการจากผู้ผลิตในประเทศต่างๆ ให้ส่งมารวมกันที่สิงคโปร์ก่อนนำเข้าไทย ยาพวกนี้จะสำแดงเป็นสินค้าได้รับส่งเสริมการลงทุนเพราะไม่ต้องตรวจสอบ สามารถยกเว้นภาษีได้เลย พอสินค้ามาถึงจะมีคนของแก๊งไปรอรับที่คลังสินค้า เพื่อนำออกไปในทันที" ธนัท อธิบายถึงเส้นทางค้ายาเถื่อน

 มือปราบของเถื่อน บอกด้วยว่า พวกนี้ทำงานเป็นทีม รวดเร็วมาก ถ้ากรมศุลกากรไม่เฝ้าก็ไปไม่ทันเห็นกล่องสินค้า วิเคราะห์ได้เลยว่ายาเถื่อนมูลค่า 19 ล้านบาทนี้ จับได้ก็เพราะเกิดการหักหลังกันเอง แล้วก็มีฝ่ายเสียผลประโยชน์อยากแก้แค้นเลยแอบแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ ถ้าไม่มีใครมาให้ข้อมูลส่วนนี้ก็คงตรวจจับยาก

 หากถามถึงกลวิธีในการปราบปรามแก๊งยาเถื่อนให้หมดสิ้น มือปราบกรมศุลฯ ยอมรับว่า เป็นไปได้ยาก เพราะแก๊งลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีจะมีการแบ่งงาน แบ่งกลุ่ม เป็นเครือข่ายใหญ่โต เมื่อสินค้ามาถึงเมืองไทย ผู้มีอิทธิพลจะส่งคนมาประกบทันที ถ้าได้กลิ่นว่าเจ้าหน้าที่าจนท.กรมศุลฯ สั่งอายัด ก็จะเผ่นหนีแล้วให้พวกตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องมารับสินค้าแทน

 ส่วนสถานที่อยู่หรือชื่อผู้รับ-ผู้ส่งสินค้าทั้งหมดก็เป็นชื่อปลอม ยากจะตามเจอว่าอยู่ที่ไหน ส่วนการล่อเป้าแกล้งปล่อยสินค้าไปเพื่อตามจับเจ้าของส่วนใหญ่คว้าน้ำเหลว เพราะแก๊งลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีนี้จะส่งสินค้ากันตามข้างถนน ทำเร็วมาก แค่กะพริบตาก็เหลือแต่รถเปล่า

 สุดท้ายกรมศุลกากรทำได้แค่ดำเนินคดีไปตามขั้นตอนกฎหมาย และรอวันที่ศาลสั่งให้นำยาของกลางมูลค่า 19 ล้านบาทไปเผาทำลายเท่านั้น