
สานต่อความดี 100 ปี ป่อเต็กตึ๊ง
เวลาเกิดอุบัติเหตุจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วมาถึงจุดเกิดเหตุก่อนใคร และต้องเร่งทำงานแข่งกับนาทีชีวิต โดยที่พวกเขาไม่สนใจว่าใครจะยากดีมีจน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่านับตั้งแต่วันแรกเมื่อปี 2453 จนถึงวันนี้ปี 2553 เป็นเวลา 1 ศตวรรษแล้วของ "มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" จึ
ดร.สมาน โอภาสวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิ เปิดเผยในวันแถลงข่าวจัดงานว่า ป่อเต็กตึ๊งเดิมทำงานในนาม "คณะเก็บศพไต้ฮงกง" ซึ่งภารกิจใช่เพียงการเก็บศพ แต่ยังดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคมสังเคราะห์ สวัสดิการสังคม การศึกษา และสาธารณสุข เห็นได้จากองค์กรในเครือที่ขยายตัวอย่างกว้างขวาง อย่างโรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ คลินิกแพทย์แผนจีนและสถาบันครูสอนภาษาจัน เป็นต้น
"ในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคมนี้ มูลนิธิจะจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี ที่สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และจันทร์ที่ 6 กันยายน ที่สำนักงานมูลนิธิ ถนนพลับพลาไชย ส่วนในวันพุธที่ 27 ตุลาคม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงศุกร์ที่ 29 ตุลาคมนี้ รวม 3 วัน 3 คืน บริเวณสำนักงานของมูลนิธิ จรดแนวถนนพลับพลาไชยตลอดสาย
มีการแสดงดนตรีจากศิลปิน การเชิดสิงโต เชิดมังกร หุ่นคน รวมถึงแสง สี เสียง ในเรื่อง "ข้าวต้ม ชามแรก ณ แผ่นดินสยาม" คู่การจัดแสดงนิทรรศการชีวิต เพื่อบอกเล่าเรื่องราว "1 ศตวรรษ แห่งการตอบแทนคุณแผ่นดินของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง" ซึ่งมูลนิธิยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะดำเนินงานด้านสาธารณกุศล เพื่อช่วยเหลือสังคมต่อไปตราบนานเท่านาน" พ่องานใหญ่แจง
ด้วยปณิธานอันแรงกล้านี้ จึงไม่แปลกหากจะมีผู้คนจากทุกวงการให้ความสนใจมาเป็นอาสาสมัครร่วมช่วยเหลือสังคมอย่างจริงใจ อย่างเมื่อ 2 ปีก่อนนักชกเหรียญทองโอลิมปิกขวัญใจชาวไทย สมจิตร จงจอหอ ก็ได้ตัดสินใจเดินเข้ามูลนิธิเพื่อลงชื่อเป็นอาสาสมัครทำความดี ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากการชอบช่วยเหลือคนอื่นเวลาเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่อายุ 15 ปี และมีโอกาสได้ร่วมบริจาคบ่อยๆ เมื่อจัดสรรเวลาลงตัวจึงถือโอกาสสมัครเข้ามาทำงานอย่างจริงจัง
"สังคมไทยเป็นสังคมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เราช่วยคนที่ลำบากกว่าถือเป็นเรื่องดี และมีส่วนช่วยให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น อีกด้านหนึ่งการคลุกคลีตรงนี้ทำให้เรามีสติมากขึ้นไม่ว่าจะทำอะไร เพราะทุกคนมีโอกาสประสบอุบัติเหตุ" นักชกโอลิมปิกบอก
ด้านอาสาสมัครรุ่นใหม่อายุงาน 1 ปี "ปลื้ม" สุรบถ หลีกภัย ลูกชายอดีตนายกฯ ชวน เล่าสาเหตุที่อยากทำงานเพื่อสังคมว่า เป็นความใจตั้งแต่เด็กๆ จากการที่คุณพ่อคุณแม่พามาร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิ เจ้าตัวรู้สึกว่าการออกภาคสนามเก็บศพไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะก่อนที่ผู้ประสบเหตุจะสิ้นใจก็เคยเป็นคนปกติเหมือนทุกคน
"ผมว่าตรงนี้เป็นการฝึกให้เราเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือคนอื่นบ้างนอกจากตัวเอง และสิ่งที่ได้กับตัวเองจริงๆ คือความไม่ประมาทในการใช้ชีวิต" หนุ่มผู้มีจิตอาสากล่าว



