ข่าว

งานศิลป์บนชุดสวย

งานศิลป์บนชุดสวย

26 ก.ค. 2553

นับเป็นปีที่ 4 แล้วสำหรับเวทีที่ให้นักออกแบบเลือดใหม่ได้มาประชันไอเดียสุดเก๋ไก๋แปลกและแหวกแนวไม่ซ้ำใคร เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์งานแฟชั่นที่ล้ำจินตนาการกับโครงการ "สยาม ดีไซน์ ฟอร์เวิลด์ : สปาย ยู แฟชั่น คอนเทสต์" โดยปีนี้แฟชั่นจะถูกนำเสนอภายใต้แนวคิด "คัลเล

  ศิริเพ็ญ อินทุภูติ ผู้บริหารสายการตลาดและประชาสัมพันธ์ สยามเซ็นเตอร์ กล่าวว่า เวทีนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักศึกษาและประชาชนที่มีความสามารถด้านการออกแบบ เพราะเป็นเวทีที่ได้แสดงออกความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับปีนี้คอนเซ็ปต์ของการออกแบบคือ การนำเอาศิลปะร่วมสมัยมาผสมผสานกับการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า โดยการเอาสีสันของสปายมาใช้ในการออกแบบ โดยจะมีเพียง 20 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก จะร่วมเวิร์กช็อปกับกูรูแฟชั่นระดับแนวหน้าของไทย เพื่อเพิ่มพูนทักษะต่างๆ ด้านแฟชั่นดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดด้านศิลปะบนแฟชั่น เรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บ การตลาด และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ก่อนจะนำเสนอผลงานในรอบเซมิ ไฟนอลต่อคณะกรรมการ เพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 10 ทีม โดย 10 ทีมจะต้องออกแบบเสื้อยืด 1 คอลเลกชั่นภายใต้แนวคิด "ทีเชิ้ต ฟอร์ พีซ" สันติภาพและความสงบสุข โดยเสื้อของทีมที่ได้รับคัดเลือกจะนำมาวางจำหน่ายจริง เพื่อนำรายได้สมทบกองทุนรวมกันเราทำได้ของกรุงเทพมหานคร

 "รอง" จิตต์สิงห์ สมบุญ ดีไซเนอร์แบรนด์ เพลย์ฮาวด์ บาย เกรยฮาวด์ หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินผลงาน กล่าวถึงเกณฑ์การตัดสินผลงานของผู้ส่งเข้าประกวดว่า ทุกผลงานจะต้องตอบโจทย์ที่ตั้งเอาไว้ให้ได้ ซึ่งโจทย์ของปีนี้ค่อนข้างกว้างพอสมควร แต่คำว่า โมเดิร์น อาร์ต นั้นหมายถึงการกบฏในสิ่งที่เป็นอยู่เดิม จึงอยากให้นักออกแบบทุกคนที่จะส่งผลงาน ศึกษางานศิลป์ในยุคก่อนๆ แล้วนำมาตีความใหม่อาจจะมีการผสมผสานกันได้ แต่ไม่ควรหยิบมาใส่ทั้งชุด

 "ครั้งนี้นับว่าเปิดโอกาสให้นักออกแบบได้สร้างสรรค์ผลงานแบบไร้ขอบเขต ดังนั้นอย่าทำตัวและความคิดให้แคบ งาน โมเดิร์น อาร์ต หมายถึงต้องหาอะไรใหม่ๆ มานำเสนอ คิดให้แปลกโดยที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แต่มีที่มาที่ไป เรียกง่ายๆ คือ ต้องทำตัวให้เป็นคนเบื่อง่าย เพราะเมื่อรู้สึกเบื่อกับอะไรที่มีอยู่นี่แหละที่จะทำให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา หรือถ้าคิดไม่ออกอาจจะหยิบงานของใครมาสักคน แต่หยิบมาแล้วต้องเอามาบิดด้วยจะบิดมากบิดน้อยว่ากันไป ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผมอยากจะให้น้องๆ มองว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ไม่มีลิมิต แต่จะต้องรังสรรค์ขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ที่วางเอาไว้เท่านั้น" จิตต์สิงห์ กล่าว

 และเพื่อให้นิสิตนักศึกษาเข้าใจคำว่า โมเดิร์น อาร์ต มากยิ่งขึ้น ภายในงานจึงจัดให้มีมินิแฟชั่นโชว์จากแบรนด์ไทยชั้นนำ ได้แก่ อิชชู่ เธียเตอร์ เรียว พร้อมๆ กับ จิตต์สิงห์ สมบุญ และ ชลิต นาคพะวัน ศิลปินชื่อดัง ที่มาจับพู่กันละเลงสีสันลงบนเดรสเกาะอกของนางแบบให้ดูกันแบบสดๆ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเดรสผ้าดิบสีขาวก็ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันหลากสี โดย ชลิต เล่าถึงไอเดียในการระบายครั้งนี้ว่า เส้นสายที่วาดลงไปนั้นมาจากจินตนาการที่มองลงมาจากเครื่องบิน จะเห็นแม่น้ำ ถนนเป็นสายเล็กๆ ทอดยาวที่มีการโยงใยถึงกัน และนำสีสันมาใส่เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของงาน ส่วน จิตต์สิงห์ ที่ชอบหยิบเอาวัสดุอุปกรณ์ใกล้ๆ ตัวมาเป็นแรงบันดาลใจ ครั้งนี้จึงหยิบจับจานสีมาวาดเป็นโครงบนตัวชุด ซึ่งถือเป็นการนำแรงบันดาลใจจากสิ่งของรอบๆ ตัวมาถ่ายทอด ด้านหลังของชุดจะเป็นสีเหลี่ยมสีทอง สื่อถึงการปิดทองบนองค์พระพุทธรูป ซึ่งการปิดทองจะปิดบนสิ่งที่มีค่าเหมือนกับชุดนี้ที่เป็นชุดที่มีคุณค่าและมีเพียงตัวเดียวในประเทศไทยนั่นเอง

 เอาล่ะ...นิสิตนักศึกษาคนไหนที่รู้ตัวว่ามีพลังการออกแบบและอยากปลดปล่อย เวทีนี้ดูจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุดทีเดียว...