ข่าว

ตร.พบวงจรปิดจับภาพมือบึ้มราชดำริ

ตร.พบวงจรปิดจับภาพมือบึ้มราชดำริ

27 ก.ค. 2553

"ภาณุพงศ์" เผย ระเบิดราชดำริเป็นระเบิดM 67 ดัดแปลงพิเศษต่อสายชนวนตั้งเวลาด้วยนาฬิกาปลุก รัศมีทำลาย 15 เมตร พบกล้องวงจรปิดจับภาพชายต้องสงสัยนำระเบิดมาวางไว้ได้

(26ก.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ.10) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 2 (ผบก.ส.2 )พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผู้บังคับการศูนย์สืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.5 และ สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ร่วมประชุมคดีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่บริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อวานที่ผ่านมา

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าวและเป็นที่สนใจ พร้อมทั้งสั่งการให้ตนประสาน กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ร่วมสืบสวนสอบสวนเหตุดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดชนิด M67 โดยใช้เพียงลูกเดียว แต่ใช้วิธีการพิเศษ โดยปกติจะเป็นระเบิดแบบขว้าง แต่เหตุดังกล่าวคนร้ายนำมาประกอบต่อสายชนวน ตั้งเวลาด้วยนาฬิกา ซึ่งการต่อวงจรระเบิดแบบนี้ทำได้ยากและค่อนข้างละเอียดกว่าเหตุระเบิดของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากลักษณะการต่อวงจรของทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้จะไม่สลับซับซ้อนเท่าที่ควร แต่จะเน้นปริมาณของวัตถุระเบิดให้เกิดความรุนแรงมากกว่า แต่ทั้งนี้จุดที่เกิดระเบิดขึ้นนั้นเป็นจุดที่คนเดินผ่านสัญจรไปมาโดยตลอด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเหตุระเบิดที่ผ่านมานั้นพบว่า คล้ายกับที่คนร้ายก่อเหตุขึ้น 2 แห่ง คือ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 53 ในท้องที่ของ สน.โคกคราม และวันที่ 3 เม.ย. 53 ในท้องที่ สน.นางเลิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ทั้งหมด แต่เบื้องต้นยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นคนร้ายชุดเดียวกันหรือไม่ เพราะคนร้ายอาจจะมีความรู้เรื่องระเบิดคล้ายๆกัน แต่อาจเป็นคนร้ายแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้จะยังตรวจสอบไปยังต่างจังหวัดว่าเคยเกิดเหตุลักษณะนี้หรือไม่ ทั้งนี้ฝ่ายสืบสวนสามารถเก็บข้อมูลพยานในที่เกิดเหตุมาได้ส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนตำหนิรูปพรรณของคนร้ายยังไม่ชัดเจนอาจเป็นเพียงภาพผู้ต้องสงสัย ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นคนร้ายตัวจริงหรือไม่อย่างไร ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบก่อน

 "ส่วนกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพของผู้ต้องสงสัยได้นั้น จะนำมาประกอบกับตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ได้จากสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้งพยานผู้เห็นเหตุการณ์และพยานวัตถุ ซึ่งขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมากพอควร โดยตนจะคอยวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำงานให้เป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและให้งานสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความรวมเร็ว"พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าว

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่คนร้ายลงมือก่อเหตุนั้นก็ได้ให้ความสำคัญทั้งประเด็นการเมืองและการสร้างสถานการณ์ แต่หลังจากเหตุการณ์บ้านเมืองสงบคลี่คลายลงกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติก็ต้องใช้เวลา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังตลอดทุกๆเหตุรวมถึงอาชญากรรมทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะเหตุระเบิดอย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องมีหน่วยข่าวมาเตือนระวัง พร้อมทั้งให้ประชาชนมามีส่วนร่วม ซึ่งในส่วนนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กก.ตร.) มามีส่วนร่วมในการทำงานของตำรวจมาโดยตลอด ประชาชนมีการแจ้งเบาะแสของคนร้ายโดยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด และสื่อมวลชนจะต้องเป็นหูเป็นตาให้กับบ้านเมืองเพื่อให้เกิดความสงบสู่ภาวะปกติ ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้กำชับผ่านมาทาง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง โดยประสานกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และในส่วนของ พล.ต.อ.ปทีป ก็กำชับให้ตนเข้ามาควบคุมการสืบสวนสอบสวนอีกด้านหนึ่ง

 “ในส่วนหน้าที่ของตำรวจเมื่อเกิดเหตุก็ต้องมีการสืบสวนจับกุม แต่คดีนี้เมื่อเหตุเกิดทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องสืบสวนเอาตัวคนร้ายให้ได้ ขณะเดียวกันต้องระวังไม่ให้เหตุเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าในท้องที่นครบาลหรือในท้องที่ใดๆ ซึ่งทุกจุดเราให้ความสำคัญหมด ทั้งบ้านของบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ บ้านพักสถานทูตทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนเรื่องการจะยกเลิก พรก.ฉุกเฉินนั้น เป็นหน้าที่ประเมินของรัฐบาล”พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าว

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปทีป ได้สั่งการให้ตำรวจนครบาลและทุกภาคส่วน เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องการจัดสายตรวจ เพื่อตรวจระวังป้องกันไม่ให้เหตุเกิดขึ้นในลักษณะนี้ขึ้นอีก ซึ่งในส่วนของนครบาลได้ตรวจตราด้วยความเข้มงวดมาโดยตลอดและเพิ่มกำลังทุกหน่วย แต่ก็ยังมีที่หลงหูตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บ้าง ทั้งนี้คดีดังกล่าวยังอยู่ในอำนาจการสอบสวนของตำรวจอยู่ เพราะยังไม่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ จึงยังไม่จำเป็นต้องส่งไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อโอนเป็นคดีพิเศษ อย่างไรก็ตามตนจะเรียกประชุมอีกครั้ง ในเวลา 11.00 น. ของวันพรุ่งนี้

 ด้าน พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้ได้เชิญกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน ซึ่งคณะทำงานชุดนี้ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เพื่อความรวดเร็วก็สามารถที่จะประชุมหารือกันได้เลย อย่างไรก็ตามจะมีการประสานไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะนำคดีดังกล่าวเข้าเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่

 พล.ต.ต.วาสุกรี คำพิทักษ์ โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตรศพเบื้องต้น ของนายธวัชชัย ทองมาก ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดว่าถูกแรงอัดระเบิดช่วงอกและท้อง ทำให้มีเลือดออกในช่องอกและท้อง เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต เชื่อว่าญาติผู้เสียชีวิตจะเดินทางมารับศพภายในวันนี้ ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนสัญจรตามปกติแล้ว

 รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ โดยเบื้องต้นได้ภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว 5 ตัว ประกอบด้วย เซเว่นอีเลพเว่น ด้านหน้าห้องบิ๊กซี ราชดำริ โรงแรมอโนมา ห้างอิเซตัน และกล้องจากเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนภาพผู้ต้องสงสัยที่กล้องจับได้เป็นผู้ชาย แต่อาจเป็นเพียงคนนำระเบิดมาวางเท่านั้น ไม่ใช่คนที่ประกอบระเบิด ซึ่งผู้ประกอบระเบิดจะต้องมีความเชี่ยวชาญอย่างมาก และคาดว่าในประเทศมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถต่อวงจรระเบิดลักษณะดังกล่าวได้ ซึ่งจะให้ทางฝ่ายสันติบาลคอยตรวจสอบว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดว่าอยู่สังกัดหน่วยไหนบ้าง