
ชัยชนะของผู้ปราชัย
ถึงแม้โอกาสของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ แห่งพรรคประชาธิปัตย์จะสูงอย่างยิ่ง ด้วยความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะการอยู่ในอำนาจรัฐ ที่อาจจะอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงชัยชนะไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีใด แต่สนามการเลือกตั้งเขต 6 กทม. ครั้งนี้ ทั้งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ไม่ได้มีความโดดเด่น หรือคาดหวังได้ว่าจะมาทำประโยชน์ในฐานะ ส.ส.กทม. ในเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด มากไปกว่า การเป็นเสมือนตัวแทนของรัฐบาล และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อพิสูจน์ว่า คนในเมืองสนับสนุน เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของ นปช. หรือเห็นด้วยกับการจัดการแก้ปัญหาของรัฐบาล ที่ส่งผลให้มีคนตายจำนวนมากหรือไม่ อย่างไร
ตลอดระยะเวลาของการหาเสียงเลือกตั้ง นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ มีโอกาสลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มที่ โดยมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยหาเสียง ขณะที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง มีโอกาสออกมาจากเรือนจำเฉพาะวันที่ลงสมัครเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น คือความพยายามที่จะแสดงว่าต้องการออกมาหาเสียงด้วยตัวเอง และต้องการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ไม่เคยได้รับอนุญาต แน่นอนว่านายก่อแก้วเอง ก็คงไม่ได้ปรารถนาเช่นนั้นอย่างจริงจัง เพราะทุกคนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำก็ต้องมีสิทธิเสมอกัน คือต้องอยู่ภายใต้การควบคุม แต่นั่นก็จะเป็นโอกาสที่นายก่อแก้วเชื่อว่า อาจได้คะแนนความเห็นใจบ้าง
สภาพพื้นที่เขต 6 มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ เป็นเขตเมืองกึ่งชนบท ในระดับสมาชิกสภาท้องถิ่น กทม.ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย มีฐานเสียงที่ใกล้เคียงกัน โดยเขตเมืองจะเป็นประชาธิปัตย์ ค่อนไปทางพื้นที่เกษตรกรรมจะเป็นเพื่อไทย ฉะนั้น ถ้าวัดเฉพาะเสียงในพื้นที่ซึ่งน่าจะมีอิทธิพลพอสมควร คะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยจะเป็นกอบเป็นกำพอประมาณ ถึงแม้จะยังห่างจากคะแนนเสียงของผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม แต่อันดับสองของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ก็นับว่ามีความหมายในการใช้อธิบายเหตุผลหากปราชัย ประการหนึ่งคือพ่ายอำนาจรัฐ ประการหนึ่งคือคะแนนเสียงสนับสนุนที่น่าจะมีจำนวนไม่น้อย คือคะแนนบริสุทธิ์ที่ประชาชนแสดงความเห็นด้วยกับ นปช.โดยผ่านประชามติเลือกตั้ง
แน่นอนว่า ในท้ายที่สุด ระหว่างนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ก็จะไม่มีผู้แพ้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีชุดคำอธิบายที่แสดงให้เห็นว่า แม้แพ้คะแนนเสียง แต่ก็ชนะใจประชาชน ชัยชนะนี้ยังจะถูกขยายความต่อไปว่า เพราะประชาชนเห็นด้วยกับรัฐบาล จึงเลือก ส.ส.รัฐบาลมาทำหน้าที่ วันนี้สิ่งที่ได้มาและปฏิเสธไม่ได้คือ ส.ส.ซึ่งจะมาทำหน้าที่ รักษาคะแนนเสียงรัฐบาล หรือเติมเสียงให้พรรคฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ประชาชนที่อาจมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่มากนัก คงไม่ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจว่า การต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายของคู่แข่งในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเพียงผลประโยชน์ทางการเมืองหรือผลประโยชน์ประชาชน



