ข่าว

ยูเอ็นชี้กัก "อองซาน ซูจี" ผิดกฎหมาย

ยูเอ็นชี้กัก "อองซาน ซูจี" ผิดกฎหมาย

25 มี.ค. 2552

กรุงเทพฯ-ยูเอ็นประกาศครั้งแรกว่าการกักตัวหญิงเหล็ก "ซูจี" ผิดทั้งกฎหมายสากล และกฎหมายพม่า

 สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันอังคาร (26 มี.ค.) ว่าคณะทำงานด้านการคุมขังตามอำเภอใจขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ส่งจดหมายถึงรัฐบาลพม่ามีใจความว่าการกักตัวนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านและแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยเอาไว้ในบ้านพักเป็นเวลานานนั้นขัดต่อทั้งกฎหมายของพม่าเอง และกฎหมายระหว่างประเทศ

 "การทบทวนคำสั่งกักบริเวณนางซูจีไว้ในบ้านพักครั้งล่าสุดเมื่อปี 2551 นั้นไม่ได้ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังขัดต่อกฎหมายภายในประเทศของพม่าด้วย" คือความเห็นทางกฎหมายที่ทางคณะทำงานฯส่งไปถึงรัฐบาลพม่า

 ทั้งนี้ นางซูจี ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพมาแล้ว แต่ในช่วง 19 ปีที่ผ่านมา หญิงเหล็กที่ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพผู้นี้กลับต้องถูกกักบริเวณอยู่นานถึง 13 ปี โดยรัฐบาลทหารพม่านั้นจะทบทวนการยืดเวลากักตัวนางซูจีไว้ในบ้านพักริมทะเลสาบย่างกุ้งปีต่อปี โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านจากประชาคมโลกแต่อย่างใด

 คณะทำงานชุดนี้ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นกล่าวว่านางซูจีถูกควบคุมตัวเอาไว้ภายใต้กฎหมายคุ้มครองประเทศปี 2518 ซึ่งอนุญาตให้มีการต่ออายุคำสั่งจับกุมตัวผู้ใดผู้หนึ่งได้อย่างมากสุดเพียง 5 ปีเท่านั้น ซึ่งช่วง 5 ปีดังกล่าวก็หมดลงในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แต่ทางการพม่ากลับยังยืดเวลากักบริเวณนางซูจีต่อเป็นปีที่ 6

 คณะทำงานยังได้ตั้งคำถามด้วยว่านางซูจีเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ หรือสันติสุข และความสงบของสาธารณชนตรงไหน ซึ่งเป็นมาตราในกฎหมายปี 2518 ที่ทางการพม่าอ้างเป็นเหตุผลในการกักบริเวณนางซูจี


 ถึงแม้ว่าคำตัดสินดังกล่าวของยูเอ็นจะไม่ส่งผลให้ทางการพม่าปล่อยนางซูจีเป็นอิสระ แต่ถือเป็นเรื่องไม่ธรรมดาที่องค์การระดับโลกอย่างยูเอ็นจะออกมากล่าวหาประเทศสมาชิกว่าละเมิดกฎหมายของตัวเอง

 ขณะที่นายจาเร็ด เกนเซอร์ ทนายความชาวอเมริกันที่ของครอบครัวนางซูจีจ้างให้ว่าความเปิดเผยกับเอพีว่าถึงแม้ว่าหน่วยงานของยูเอ็นจะเคยกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่าการกักตัวนางซูจีเอาไว้ตามอำเภอใจนั้นขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ยูเอ็นระบุว่าทางการพม่าละเมิดกฎหมายของตัวเองด้วย

 อย่างไรก็ตาม นายเกนเซอร์ให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองคงไม่หลงเข้าใจผิดคิดไปว่าทางการพม่าจะฟังยูเอ็น เพราะไม่มีคำตอบที่รวดเร็วและง่ายๆต่อปัญหาของพม่า ดังนั้น เราจำเป็นต้องดำเนินการไปที่ละขั้นละตอน

 ขณะนี้กลุ่มนักเคลื่อนไหวกำลังพยายามรวบรวมรายชื่อให้ได้ 888,000 รายชื่อเพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนางซูจี และนักโทษการเมืองอีกกว่า 2,100 คน โดยจะส่งไปยังนายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็น