ข่าว

"ภาณุพงศ์"ยันรู้ผู้ต้องสงสัยบึ้มราชดำริ

"ภาณุพงศ์"ยันรู้ผู้ต้องสงสัยบึ้มราชดำริ

26 ก.ค. 2553

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ระบุ รู้กลุ่มต้องสงสัยวางระเบิดแล้ว ระบุ เป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดตั้งเวลาจุดชนวนด้วยนาฬิกา

(25ก.ค.) เวลา 20.30 น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.เรียกประชุมติดตามการสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงประกอบด้วย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมฆ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น. 5 และรองผบก.น.5 ที่เกี่ยวข้อง พ.ต.อ.สมบัติ มิลิน ทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.ลุมพินี และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน โดยมีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ารายงานโดยการนำหลักฐานในที่เกิดเหตุเข้าชี้แจงในที่ประชุมซึ่งการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเคลียด

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดเป็นการสร้างสถานการณ์จากกลุ่มผู้ไม่หวังดีแน่นอนโดยคนร้ายใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่องส่วนจะมีส่วนประกอบจากแบบใดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบสวนตอนนี้เรามีกลุ่มต้องสงสัยอยู่แล้วโดยจะนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตทั้งช่วงก่อนที่มีการชุมนุมช่วงมีการชุมนุมและช่วงหลังที่มีการชุมนุมมาตรวจสอบเปรียบเทียบและนำคดีระเบิดที่เกิดขึ้นมาตรวจสอบละเอียด โดยมอบให้พลต.ต.สุเมธ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการและมอบให้ พ.ต.อ.สมบัติ ตรวจสอบเรื่องพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจากบริเวณที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อจะนำข้อมูลทุกส่วนที่ได้มาประมวลเข้ากันโดยที่ประชุมได้แบ่งงานกันอย่างชัดเจนซึ่งเหตุระเบิดครั้งนี้ พล.ต.อ.ปทีบ ตันประเสริฐ ผบ.ตร.แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งโดยสั่งการให้ตนมากำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนด้วยตนเอง

 "เราต้องตรวจสอบทุกส่วนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้ที่ไดัรับบาดเจ็บ 9 ราย ด้วยกันและล่าสุดมีรายงานว่า 1 ใน 9 รายนั้นคือนายธวัชชัย ทองมาก อายุ 51 ปี ที่ถูกนำตัวเข้าห้องไอ.ซีร.ยู รพ.ตำรวจ เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 20.30 น. ที่ผ่านมา เพราะแรงระเบิดทำให้ถูกสะเก็ตระเบิดที่ลำตัวหลายแห่ง ส่วนรายละเอียดและสาเหตุการเสียชีวิตนั้นแพทย์รพ.ตำรวจจะแถลงพรุ่งนี้ นอกจากนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยไม่ใช่เฉพาะนครบาลเท่านั้นรวมไปถึงกองบัญชาการภาค 1-9 เพิ่มความเข้มการตั้งจุดตรวจจุดสกัดต่างๆให้มากขึ้น เพราะทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้องมีการสร้างสถาการณ์แน่นอนให้ทุกฝ่ายดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงการสืบสวนสอบสวนในจุดเกิดเหตุได้สั่งการให้มีการติดตามตรวจสอบพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมมาสอบสวนให้ได้ เชื่อว่าวันพรุ่งนี้จะมีความคืบหน้ามากขึ้นโดยจะประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งเวลา 11.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล" พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวและว่า

  "ตอนนี้เรามีกลุ่มผู้ต้องสงสัยอยู่แล้วอยู่ที่ว่าเราจะหาพยานหลักฐานไปเกี่ยวโยงมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นซึ่งจากนี้ไปตำรวจนครบาลจะมีการปรับแผนเพิ่มความเข้มในพื้นที่ทุกจุดให้มากขึ้นและเพิ่มความระมัดระวังพื้นที่เป้าหมายให้มากกว่าเดิมโดยจะมี ผบช.น.เป็นผู้ควบคุมสั่งการ"

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้บาดเจ็บรายอื่นๆได้มีการทำบาดแผลก่อนเดินทางกลับบ้านจำนวน 7 รายคงเหลือที่รพ.จุฬาฯ 1 ราย มีอาการไม่มากนัก แต่อยู่ระหว่างการดูแลของแพทย์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกองบัญชาการตำรวจนครบาลเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหาสะเก็ตระเบิดและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ปรากฎว่าพบหลักฐานสำคัญทางคดีหลายอย่างประกอบไปด้วยถ่ายไฟฉายขนาด2เอ สีเขียวยี่ห้อเนชั่นแนล ลักษณะบุบบี้ ชิ้นส่วนเศษสายไฟสีเหลือง สีเขียว สีแดง เศษขดลวดและเศษแผงวงจรอีเลค โทนิคส์ เศษชิ้นส่วนกระป๋องโค๊กซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการต่อระเบิดไว้ในกระป๋องดังกล่าวและตั้งเวลาไว้ นอกจากนี้ยังพบสะเก็ดระเบิดซึ่งเป็นชิ้นส่วนเล็กขนาด 1-2 มิลลิเมตรจำนวนมากกว่า อีกทั้งสังกะสีด้านหลังป้ายรถเมล์ซึ่งปิดกั้นบริเวณหน้าห้างไว้ตลอดแนวเนื่องจากห้างดังกล่าวได้ปิดการบริการตั้งแต่ช่วงที่มีการชุมนุม โดยเศษสังกะสีถูกสะเก็ตระเบิดจนทำให้เป็นรูเล็กๆจำนวนมากกว่า 200 รู และพบแผ่นเหล็กบริเวณป้ายโฆษณา ที่ป้ายรถเมล์บุบและเป็นรอยถลอกจากแรงกระแทกของระเบิด ส่วนขยะซึ่งอยู่ในกองขยะนั้นก็แตกกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเก็บใส่ถุงพลาสติดเพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้ง

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นระเบิดชนิดตั้งเวลาจุดชนวนด้วยนาฬิกา ส่วนจะเป็นระเบิดชนิดใดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่สรรพวุฒิ ส่วนจะเป็นระเบิดชนิดไหนนั้นจะต้องส่งให้เจ้าหน้าที่สรรพวุฒิตรวจพิสูจน์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามวันที่ 26 ก.ค.เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างรละเอียดอีกครั้งหนึ่งและขณะนี้ก็ได้มีการเปิดการจราจรแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการตรวจที่เกิดเหตุได้แยกย้ายกันกลับโดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อคลี่คลายเหตุระเบิดที่สน.ลุมพินีโดยให้กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 5 และกองบังคับการสืบสวนบช.น.เป็นหน่วยงานหลักในการคลี่คลายคดีอและให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวน สน.ลุมพินีประสานกับกองพิสูจน์หลักฐานในเรื่องของพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุคาดว่าจะใช้เวลาหารือไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง