
"วงสัมนา"หนุนคกก.ปฎิรูปประเทศให้เดินหน้า
"ปริญญา-จรัล-ปรีดียาธร"หนุนคกก.ปฎิรูปประเทศให้เดินหน้า แม้จะไม่เสร็จในรบ.ชุดนี้ก็ต้องทำ ยังจวกแกนนำทั้งสองฝ่ายยังไม่หยุดห่ำหั่น ส่งความรุนแรงไม่มีวันยุติ
(24ก.ค.) ที่โรงแรมดิเอมเมอรัล การสัมมนาเรื่อง “ คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย ” โดยมีนายปริญญา เทวานฤมิตร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นายจรัล ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีต สสร.ปี 50 และ ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าธปท.
ระหว่างการสัมมนานายปริญญา กล่าวว่า เหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 89 คน การทะเลาะกันในครั้งนี้ไม่ใช่เราฆ่ากันเองเพียงอย่างเดียว แต่เราได้เผาบ้าน เผาเมืองเราด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีเหตุการณ์นองเลือดถึง 4 ครั้ง และมีการฉีกรัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ โจทย์ที่ต้องวางไว้คือ สิ่งที่เราจะทำได้เพื่อประเทศไทย แม้จะเป็นสีไหนก็ตามคืออะไร บทเรียนที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ แม้จะมีการปกครองระบอบประชาธิไตยก็มีการฆ่ากันเอง ไม่ว่าประเทศเยอรมัน สหรัฐอเมริกา แต่เขาสามารถแก้ไขปัญหาด้วยการแก้ไขธรรมนูญ และการเปลี่ยนประชาชนให้เป็นพลเมือง โดยการฝึกคนให้เคารพกติกาด้วยการศึกษา
นายปริญญา กล่าวว่า ขณะที่ประเทศไทย เราแก้ปัญหาด้วยการแก้ธรรมนูญแต่เป็นการแก้ไม่ถูกจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยุบพรรค เรื่องตุลาการภิวัฒน์ และจะเห็นว่าแก้รัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง รัฐธรรมนูญไทยจะเล่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยิ่งหนาก็ยิ่งแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งประชาธิปไตยเหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลแม้นักบอลจะมีค่าตัวแพงแค่ไหน ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกา หากไม่มีกติกา นักบอลก็ตีกัน คนดูก็ตีกัน แล้วกรรมการก็ต้องยุติการแข่งขัน ซึ่งประเทศไทยก็มีการยุติการแข่งขันไปแล้ว 18 ครั้ง ตนคิดว่าจริง ๆ แล้วกติกาไม่ต้องมีเยอะมาก แต่จต้องมีการใช้อำนาจที่ถ่วงดุลกัน และสร้างประชาชนให้เป็นพลเมือง ถึงจะแก้ไขปัญหาได้
นายปริญญา กล่าวว่า คณะกรรมการสองชุดที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิรูปประเทศ ตนเชื่อว่ามีโอกาสพอสมควรที่มีโอกาสปฏิรูปประเทศได้ แต่สิ่งที่ห่วงคือ หากรัฐบาลหน้าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม เขาจะยอมรับความเห็นของกรรมการทั้งสองชุดหรือไม่ ดังนั้นอะไรที่เห็นว่าดี ควรที่จะเสนอ เหมือนกับที่มีการเสนอให้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดังนั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นไปได้ เพราะเกิดเหตุขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศยังสามารถโตได้ และเรื่องความขัดแย้งถือเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย แต่ทั้งสองฝ่ายต้องเคารพกติกา กรรมการเป่าอย่างไรต้องยอมรับผลตัดสิน อุดมการณ์แตกต่างกันได้ สีคนละสีกันได้ หากทุกคนเคารพกติกาสามารถอยู่ร่วมกันได้ และขอให้มองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ถ้าจะเริ่มแก้ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน แต่ที่ผ่านมา เมื่อไปถามนักการเมืองบอกว่าเป็นปัญหาจากการปฏิวัติ เมื่อไปถามทหารที่ปฏิวัติก็บอกว่ามาจากนักการเมืองทุจริต เป็นเพราะต่างคนต่างไม่ยอมกัน
ด้านนายจรัล กล่าวว่า โจทย์ของประเทศไทยไม่ได้เป็นปัญหามาจากรัฐธรรมนูญ หรือเศรษฐกิจ แต่เกิดมาจาก 1. ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่รุนแรง กว้างขวาง ซับซ้อนและถูกกลบด้วยปัญหาอื่นไว้หมด 2. เราละทิ้งอุดมการณ์ชาติไทย ปล่อยปละละเลย จนกลายเป็นอุดมคน อุดมภาค อุดมจังหวัด อุดมพรรค อุดมตระกูล และอุดมสี ความสามารถอยู่ในกรอบเล็กจนเราลืมกรอบใหญ่ อุดมการณ์ความถูกต้อง ความยุติธรรม คุณธรรม ถูกละทิ้งไปหมด สิ่งที่ต้องทำคือ จะต้องตั้งต้นสถาปนาอุดมชาติกันใหม่ ไม่ให้ใช้ความรุนแรงเข้าหากัน และให้เกิดดุลยภาคในสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายจรัล กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา คนเห็นแก่ตัว แก่พรรค เห็นแก่ความเป็นใหญ่จนทำร้ายบ้านเมือง ต้องเลิกพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ใช่ไกล่เกลี่ย ซุกปัญหาไว้ใต้พรม แล้วเผาบ้านเผาเมืองเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว ซึ่งการแก้ไขปัญหา เราจะต้องตั้งต้นที่ระบบโครงสร้าง โดย 1. ต้องตั้งวาระอุดมการณ์ชาติไทยสัก 1 - 2 เรื่อง แล้วทำอย่างต่อเนื่อง อย่าให้กลายเป็นไฟไหม้ฟาง แต่ให้จิตสำนึกเกิดทุกภาคส่วน 2. ปรับระบบโครงสร้างทั้งหลาย โดยเฉพาะนำเรื่องธรรมาภิบาลกลับมาใช้ให้เป็นยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาของประเทศ ขจัดเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นให้หมดไป และสร้างสันติธรรมให้เกิดขึ้นในคนไทย และ 3. นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกลับมาปลูกให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นตัวถ่วงในลัทธิบริโภคนิยม ให้กันคนไทยกินพอดี อยู่พอดี เชื่อว่าจะสามารถพาชาติรอดพ้นวิกฤติต่าง ๆ ไปได้ ก็เหลือภัยที่ต้องระมัดระวังอย่างเดียวคือภัยร้ายแรงจากคนไทยด้วยกัน
นายจรัล กล่าวต่อว่า ตนอยากให้การปฏิรูปการเมืองสำเร็จ เพราะโอกาสในการปฏิรูปบ้านเมืองให้ดีขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก เพราะการเมืองมัวแต่ดูผลประโยชน์ของตัวเอง กีดกันผลประโยชน์ฝ่ายตรงข้าม เราพึงการเมืองระบบรัฐสภา แก้ไขปัญหาระดับชาติไม่ได้ เราต้องหยิบฉวยโอกาสนี้ในการปฏิรูปการเมือง แม้ว่าจะไม่เต็มร้อย แต่ได้ 50 หรือ 30 ก็พอ แต่ขอทำให้เร็ว เพื่อให้กระบวนการเข้มแข็งเดินไปได้ อย่าตั้งคำถามแบบคนไม่เชื่อ ว่าจะปฏิรูปได้จริงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นลบโอกาสน้อย ๆ ที่มีอยู่ อุปสรรคมีให้เห็นแต้เราต้องแก้ปัญหา และมุ่งมั่นให้เกิดขึ้นให้ได้ แม้จะมีรัฐบาลใหม่มา แต่องค์ความรู้ที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้มีการกำหนด เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เราต้องการระบบเศรษฐกิจที่มีนายทุน รับผิดชอบต่อสังคม ไม่ต้องการทุนสามานย์ ตนจึงคิดว่า คณะกรรมการที่เกิดขึ้นเป็นความหวังและเชื่อว่าสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นในประเทศได้ ซึ่งการปฏิรูปทางสังคมเกิดขึ้นได้ต้องเกิดขึ้นจากตัวเองก่อน แล้วเรียกร้องผ่านองค์กรทุกภาคส่วน ผ่านรัฐบาลให้ทุกคนมีมาตรฐานเดียวกัน ถ้าใครเลวก็ไม่สามารถอยู่ได้ ต้องสร้างเครือข่ายแนวร่วมเพื่อเรียกร้องสิทธิ และประกาศให้สังคมรับทราบ เพื่อให้แนวร่วมขยายต่อไป
ม.ร.ว.ปรีดียาธร กล่าวว่า คณะกรรมการสองชุดที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิรูปประเทศไทย เพื่อที่จะมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทั้งสังคม ตนเชื่อว่าต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในรัฐบาลเดียวได้ ดังนั้นจะต้องมีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะระบบรัฐสภาสามารถตอบสนองการบริหารประเทศได้เพียงวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น แต่ไม่สามารถปฏิรูปประเทศไทยได้ เราจึงต้องใช้ช่องทางนี้ปฏิรูปประเทศไทย ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้น เรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายมากว่าคณะกรรมการทั้งสองชุดจะจมอยู่กับข้อมูลหรือไม่ หากมัวแต่คิดว่าไม่เกิดแผนปฏิบัติก็จะหมดเวลาเสียก่อน ดังนั้นเรื่องไหนที่เป็นเรื่องดีควรมที่จะเสนอออกมา ตนก็มีความหวังว่าจะแก้ปัญหาระบบการเมืองไทยได้ ส่วนจะช่วยเรื่องของการปรองดองหรือไม่นั้น สิ่งที่ทำต้องใช้เวลานาน กว่าจะเห็นผลก็คงอีก 5 - 6 ปี แต่ก็ต้องทำ แต่เรื่องของความปรองดองเป็นเรื่องของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนปัญหาการปรองดองเกิดจากปัญหา 2 มาตรฐาน และเกิดจากบุคคลระดับแกนนำสองฝ่าย ไม่รู้จักการให้อภัย ยังห่ำหั่นกัน จ้องแต่จะพูดจากระแนะกระแหน จนหยิบคำพูดไปกระพืดทำให้ต่างฝ่ายต่างโกรธกันความรุนแรงก็ไม่จบไม่สิ้น ตราบใดที่ยังอยู่ไม่สามารถลดความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการปฏิรูปเดินไปสักพักหนึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถลดความขัดแย้งได้



