ข่าว

"มาร์ค"ลั่นไทยไม่บอยคอร์ตประชุมกก.มรดกโลก

"มาร์ค"ลั่นไทยไม่บอยคอร์ตประชุมกก.มรดกโลก

24 ก.ค. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" ลั่น"ไทย"ไม่บอยคอร์ตประชุมกก.มรดกโลกที่บราซิล อ้างเหตุเพื่อเป็นปากเสียงให้ประเทศ และรักษาสิทธิ์เอาไว้ เผยสั่ง"สุวิทย์"ประสานรบ.ตลอดเวลา อยากได้อะไรขอให้บอก

(24ก.ค.) เวลา 09.40 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในการร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก (ยูเนสโก) ประจำปี 2553 ที่ประเทศบราซิล รายงานความคืบหน้าการคัดค้านกรณีกัมพูชาจะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ว่า เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค. นายสุวิทย์รายงานจากฝรั่งเศสเพื่อไปพบผอ.ยูเนสโก และทราบว่าตอนนี้กัมพูชาพยายามเดินหน้าเสนอแผนจัดการ และที่สำคัญคือเสนอแผนผัง แม้ว่าจะไม่ได้แสดงเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา และไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันว่าจะไม่ไปยุ่งกับทิศเหนือและทิศตะวันตกของปราสาท แต่นายสุวิทย์แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าไทยคัดค้านการดำเนินการ และไม่สามารถยอมรับการเสนอดังกล่าว

 นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆ รวมทั้งกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับการประชุมที่ต้องติดตามใกล้ชิด และการหารือความต่อเนื่องต่อไป ตนแจ้งนายสุวิทย์ไปว่าเรื่องนี้น่าจะเข้าสู่ที่ประชุมยูเนสโกวันที่ 28 ก.ค. ที่ประเทศบราซิลนั้น หากมีสิ่งใดที่จำเป็นต้องขอขอบการสนับสนุนจากมติครม.นั้นขอให้ประสานมา เมื่อถามว่าแสดงว่าครม.ต้องหารือเรื่องนี้ก่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หากจำเป็น เพราะจุดยืนนั้นครม.มีจุดยืนคัดค้าน ตอนนี้นายสุวิทย์กำลังไปทำความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆอยู่ และกำลังเดินทางไปประเทศบราซิล เมื่อถามว่าหากรัฐบาลมีมติครม.ในเรื่องนี้ออกไปจะมีผลเช่นใด นายกฯ กล่าวว่า จะมีน้ำหนักว่า มันไม่ใช่เรื่องของผู้แทนคนใดคนหนึ่งของไทย แต่มันเป็นเรื่องของรัฐบาล แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และขอให้นายสุวิทย์รายงานเข้ามาเป็นระยะ

เมื่อถามว่า นายสุวิทย์ได้พบกับตัวแทนกัมพูชาแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่านายสุวิทย์บอกกับตนว่าเป็นไปได้ที่จะพบตัวแทนกัมพูชา แต่มันจะเป็นเรื่องที่การแจ้งจุดยืนกันมากกกว่า เพราะแนวทางไม่ตรงกันอยู่แล้ว

เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้กัมพูชาดำเนินการเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด นายกฯ กล่าวว่า ต้องพยายามต่อเนื่อง เพราะเลื่อนมา 1 - 2 ปีมาแล้ว โดยที่ไทยก็พยายามเต็มที่และต้องเข้าใจว่ามันเป็นปมปัญหาตั้งแต่ต้นที่ยุคนั้นได้ไปยอมรับและเปิดทางให้กัมพูชาเดินเข้าไปได้ และเมื่อเดินไปถึงตรงนั้นแล้วเราต้องพยายามแก้ไขและใช้เวลาทำความเข้าใจกับกรรมการประเทศต่างๆด้วย

“หากเราไม่ไปประชุมนั้นจะไม่เป็นประโยชน์ เพราะเสียงของเราจะหายไป ส่วนการไปประชุมแล้วผลจะเป็นเช่นใดนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเข้าสู่วาระประชุมนั้นจะมีโอกาสทักท้วงก็ต้องดูตามรูปแบบที่เหมาะสมอีกครั้ง ส่วนแนวทางล็อบบี้ของเรานั้นก็พยายามเต็มที่ ” นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า การประชุมครั้งนี้นายสุวิทย์จะขอขึ้นทะเบียนหมู่เกาะสุรินทร์เป็นมรดกโลกด้วย นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการประชุมในเรื่องต่างๆนั้นขอให้รออีกนิดว่าจะใช้วิธีใดบ้าง และตอนนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือการขอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมรดกโลกในสองปีข้างหน้า โดยเป็นไปได้ที่ไทยจะเสนอขอเป็นเจ้าภาพและเข้าใจว่ากัมพูชาจะเสนอขอเป็นเจ้าภาพเช่นกัน