ข่าว

จับตา"เลยโมเดล"เชื่อมเลย-ลาว-โลก

จับตา"เลยโมเดล"เชื่อมเลย-ลาว-โลก

24 ก.ค. 2553

การลงพื้นที่ของทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสัญจร และนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ภายใต้โครงการ "เลยโมเดล" นำร่องแผนปรองดองแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 16-18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งภัยแล้ง ขาดแคลนแหล่งน้ำ ความยาก

หลังลงพื้นที่นายอลงกรณ์ได้ตอกย้ำว่า ประสบความสำเร็จในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากนักการเมืองท้องถิ่นและแกนนำ นปช.ในจ.เลย จึงน่าจะเป็นช่องทางที่ทำให้รัฐบาลประสบความสำเร็จในแผนปรองดองแห่งชาติ

 หนึ่งในแผนปรองดองที่สร้างความหวังให้ชาวเมืองเลยก็คือ การพัฒนาให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างชายแดน เป็นเมืองหน้าด่านเชื่อมเลย-ลาว-โลก และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้

  ล่าสุดรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างปรับปรุงอาคารด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งขาเข้า-ออก จากปัจจุบันที่ต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นอาคารที่ทำการ

 รวมทั้งสร้างลานจอดรถที่ได้มาตรฐานเหมือนด่านศุลกากรอื่น จำนวน 91 ล้านบาท ดำเนินการจากที่เสนอของบประมาณไป 107 ล้านบาท เป็นงบผูกพัน 2 ปี 2554-2555 ขณะที่การก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจรเชื่อมจากสะพานข้ามแม่น้ำเหือง-อ.ท่าลี่ ระยะทาง 8 กม.ก็ผ่านการอนุมัติงบประมาณจำนวน 36 ล้านบาทแล้วเช่นกัน คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างในต้นปีหน้า

 นายอลงกรณ์ ยังเน้นย้ำว่า ปัจจุบันการค้าชายแดนไทย-ลาว ที่ด่านศุลกากรท่าลี่เฉลี่ยปีละ 3,000 ล้านบาท อนาคตจะทำให้จ.เลยเป็นเมืองหน้าด่านเชื่อมเลย-ลาว-โลก เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าชายแดนในภูมิภาคนี้ และเป็นเมืองสร้างสรรค์ต้นแบบ 1 ใน 10 ของประเทศ

  ขณะเดียวกัน ก็จะดันให้เป็นศูนย์กลางยางพาราในระดับภูมิภาค ด้วยการสร้างโรงงานรับซื้อน้ำยางพารา อีกทั้งจะดึงให้นักลงทุนจากจีนเข้ามาสร้างโรงงานผลิตยางรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ อ.ท่าลี่ อีกด้วย

 นายสมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเลย เห็นว่า ความคาดหวังเลยโมเดล กรณีผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการค้าตามแนวชายแดน ต้องดูว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจมากน้อยแค่ไหนที่จะปั้นให้เมืองเลยเป็นประตูสู่ลาวและโลก 

 "ส่วนตัวมองว่าจังหวัดมีศักยภาพที่จะเป็นประตูสู่การค้าชายแดน เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว จีน และอาเซียน เพราะจากสะพานข้ามแม่น้ำเหืองไทย-ลาว บ้านนากระเซ็ง ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย สู่เมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบุรี และสู่เมืองหลวงพระบาง มรดกโลกของลาว ระยะทางเพียง 363 กม. เส้นทางนี้ก็สามารถเชื่อมต่อไปยังจีนตอนใต้ 12 ปันนา ซึ่งมีระยะทาง 1,000 กม.เศษ ซึ่งในอนาคตจะเป็นประตูในการส่งออกสินค้าสู่ประชาคมอาเซียนที่มีประชากรมากกว่า 3,000 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรทั่วโลก" นายสมศักดิ์ระบุ 

 ภายหลังกรอบการค้าเสรีอาเซียนใน 6 ประเทศสมาชิกเดิมมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นมา มูลค่าการค้าชายแดนก็ปรับตัวสูงขึ้นย่างต่อเนื่อง เพราะมีสินค้าที่ลดภาษีเหลือร้อยละ 0 มากกว่า 8,000 ชนิด และในวันที่ 1 มกราคม 2558 ราคาสินค้าในประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศจากลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ก็จะทำให้มูลค่าการค้าตามแนวชายแดน บริเวณด่านศุลกากร อ.ท่าลี่ เพิ่มขึ้น โดยในปี 2555 ตั้งเป้าว่ามูลค่าการค้าชายแดนจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10 จากปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนเฉลี่ยปีละ 3,000 ล้านบาท แต่มูลค่าการค้าชายแดนจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับการลงทุนของรัฐบาล

 พร้อมระบุว่า ปัจจุบันเลยเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม หากจะเปิดตลาดไปสู่ประชาคมอาเซียนนั้นจะต้องชูครัวไทยสู่ครัวโลก โดยมุ่งเน้นการทำอาหารที่ปลอดสารพิษ เนื่องจากในอนาคตเมื่อสินค้านำเข้าเหลือร้อยละ 0 ประเทศสมาชิกอาจจะมีการกีดกันทางการค้า โดยนำเรื่องอาชีวอนามัยมาเป็นข้อกีดกัน ซึ่งเราจะต้องทลายข้อกีดกันตรงนี้ให้ได้

 ประธานหอการค้าจังหวัดเลย ยังบอกด้วยว่า นอกจากศักยภาพของ จ.เลยในการเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรแล้ว ยางพาราก็เป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ปัจจุบันเกษตรกรชาวเลยสามารถกรีดยางได้แล้วประมาณ 7 หมื่นไร่เศษ จากพื้นที่ปลูกราว 7 แสนไร่ แต่ยังไม่มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเข้ามาก่อตั้งในพื้นที่ ซึ่งภาครัฐควรผลักดันและเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาก่อตั้ง เพื่อให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปไปยังประชาคมอาเซียนและยุโรป

 มุมมองของนายธนัตชัย จันดาเวียง นายก อบต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย ในฐานะเจ้าของพื้นที่ตลาดค้าชายแดน บอกว่า เห็นด้วยกับแผนปรองดองแห่งชาติของรัฐบาล โดยผ่านการจัดสรรงบประมาณตามโครงการต่างๆ ในพื้นที่ตามแนวชายแดน อันจะทำให้เชื่อมเลยสู่ลาวและโลกต่อไป หากเกิดขึ้นจริงจะทำให้ชาวบ้านมีความตื่นตัวในการทำมาหากิน ความปรองดองในชาติจะเกิดขึ้นแน่นอน

 นายอัศจรรย์ บัวฮองแสง โฆษก นปช.จังหวัดเลย ให้มุมมองถึงโครงการ "เลยโมเดล" นปช.เลยเห็นด้วยและมีความเลื่อมใสในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้กว่าร้อยละ 80 แต่ยังมีความเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน และปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำ  สิ่งสำคัญคือขอให้รัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังในการทำแผนปรองดองแห่งชาติ อย่ามาหลอกหรือโปรยยาหอมก็พอ

 ขณะที่นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย สรุปทิ้งท้ายว่า โครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดี เพราะความร่วมมือของส่วนราชการ เอกชน ประชาชน และผู้นำองค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วน และเป็นแบบอย่างที่ดีแห่งความสันติสุขตามแบบวิถีเลย และเป็นต้นแบบแผนปรองดองแห่งชาติที่จะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นต่อไป
 
 
 บุญชู ศรีไตรภพ, มยุรี อัครบาล