
ธปท.ปรับเป้าจีดีพีปีนี้ลุ้นโต7.5%"ส่งออก"ยังแรงหนุนครึ่งปีแรกศก.ขยายตัวเกิน7%
ธปท.ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ใหม่ มีโอกาสโตถึง 6.5-7.5% หลังตัวเลขไตรมาสแรกพุ่งสูงเกินคาด ขณะที่ไตรมาสสองการส่งออกยังแรงไม่ตก แถมท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็ว หนุนเติบโตมากกว่า 7% รับครึ่งปีหลังยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมือง
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่จากเดิม คาดว่าจะเติบโต 4.3-5.8% เป็นเติบโต 6.5-7.5% แต่ยังคงประมาณการปีหน้าไว้เท่าเดิมที่ 3-5% โดยสาเหตุที่ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีใหม่ เพราะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยเติบโตถึง 12% และผลกระทบจากปัญหาการเมืองก็อยู่ในวงจำกัด ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีการฟื้นตัวเร็ว รวมทั้งเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ทำให้การส่งออกขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ดังนั้นเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 อาจเติบโตได้สูงกว่า 7% ส่วนในครึ่งปีแรกการเติบโตน่าจะอยู่ที่ 10%
ทั้งนี้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ รวมถึงปัญหาหนี้สาธารณะในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้อาจทำให้ภาคการส่งออกของไทยชะลอตัวลงได้ รวมทั้งการเมืองในประเทศก็ยังมีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากดัชนีบ่งชี้เศรษฐกิจต่างๆ ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ที่ขยายตัวดี ทำให้ประเมินว่าจีดีพีไตรมาส 2 น่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 7% ส่งผลให้โดยเฉลี่ย จีดีพีในครึ่งแรกของปีนี้น่าจะขยายตัวได้ราว 10% ต่อปี โดยปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักๆ ของไทยตอนนี้คือ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในส่วนนี้น่าจะช่วยให้จีดีพีไตรมาส 2 ขยายตัวได้เกือบ 6% แล้ว ในส่วนของภาคบริการ แม้บางส่วนจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ภาคบริการอื่นๆ น่าจะยังคงขยายตัวได้
นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (เอ็มพีเอ นิด้า) กล่าวว่า ธปท.ควรเข้ามาดูแลส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างเงินฝากและเงินกู้ (สเปรด) ของไทยให้ลดลงอย่างจริงจัง หากต้องการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภาคเอกชนไทย เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น ธปท.ควรเข้ามาดูแลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของดอกเบี้ยในระบบของไทยในปีนี้ให้อยู่ที่ 3%



