ข่าว

เผยโฉมเครื่องบินโดยสารเพื่อสิ่งแวดล้อม

เผยโฉมเครื่องบินโดยสารเพื่อสิ่งแวดล้อม

24 ก.ค. 2553

ความฝันและจินตนาการของมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากจะฉุดรั้งไว้ได้ แม้แต่แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำของยุโรป ก็ยังมีความฝันที่จะผลิตเครื่องบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ผู้โดยสารทั่วโลกได้ใช้บริการ แม้ว่าบริษัทเพิ่งจะแก้ปัญหาในสายการผลิตเครื่องบินยักษ์รุ่น เ

 เครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ที่แอร์บัสมุ่งมั่นที่จะผลิตออกมานั้นมีรูปทรงแตกต่างจากเครื่องบินโดยสารที่คุ้นตากันอยู่ในปัจจุบัน ที่มีแพนหางเดี่ยวขนาดใหญ่ มีเครื่องยนต์ติดตั้งใต้ปีก และมีลำตัวอ้วนกลมเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับห้องโดยสารโล่งโปร่ง แต่เครื่องบินรุ่นใหม่ที่แอร์บัสเพิ่งเผยโฉมรูปกราฟฟิกออกมาในงานฟรานโบโร แอร์โชว์ ที่ประเทศอังกฤษ จะเป็นเครื่องที่มีลำตัวค่อนข้างแบน ปีกลู่ไปด้านหลังค่อนข้างมาก และติดตั้งเครื่องยนต์ไว้ด้านหลังเป็นส่วนเดียวกับลำตัว ทั้งยังเปลี่ยนรูปแบบของแพนหางเสือด้านหลังเป็นแบบคู่ทรงตัว "ยู" ดูแล้วลู่ลม และปราดเปรียว เรียกว่าทำให้เครื่องโดยสารในปัจจุบันกลายเป็นของโบราณไปเลย

 ทั้งยังจะต้องมีคุณสมบัติในการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเรียกง่ายๆ ว่าประหยัดน้ำมัน เพราะน้ำหนักตัวเครื่องเบาขึ้น ปล่อยก๊าซมลภาวะสู่อากาศน้อย และเงียบขึ้นกว่าเดิม ทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนั่นเอง

 พลังงานไฟฟ้าที่ป้อนให้ระบบต่างๆ บนเครื่องบินจะได้จากแผงโซลาร์เซลล์ หรือแผงนำความร้อนที่จะเปลี่ยนความร้อนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย

เหตุผลสำคัญเบื้องหลังแนวคิดการสร้างเครื่องบินที่มีรูปร่างพิสดาร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของแอร์บัส คือการทำตามความต้องการของผู้โดยสาร จากการสำรวจความเห็นกลุ่มตัวอย่างในอังกฤษ แอร์บัสพบว่าผู้โดยสารต้องการเครื่องบินที่มีต้นทุนค่าเดินทาง “ถูก” และ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” มากที่สุด นอกจากนั้นกลุ่มตัวอย่างวัยต่ำกว่า 35 ปีที่เน้นเรื่องราคาค่าตั๋วโดยสาร และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระบุว่าจะเดินทางด้วยเครื่องบินมากขึ้นในอนาคต ดังนั้นการเอาใจผู้โดยสารกลุ่มนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

 ยิ่งไปกว่านั้น แอร์บัสยังมีแนวคิดหลุดโลกที่จะสร้างผนังห้องโดยสารแบบโปร่งใสเพื่อให้ผู้โดยสารมองเห็นทิวทัศน์ที่กำลังเดินทางผ่านไป รวมทั้งการติดตั้งเครื่องฉายภาพ 360 องศา ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศห้องโดยสารให้เป็นสำนักงาน หรือสวนหลังบ้านที่มีความสงบแบบลัทธิเซน

 อย่างไรก็ตามแอร์บัสยอมรับว่าเครื่องบินตามแนวคิดลำนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงที่ยังไม่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แต่เชื่อว่าอีกประมาณ 30 ปี เทคโนโลยีจะก้าวไปถึงจุดที่สามารถทำให้เครื่องบินแอร์บัส ที่ทั้งประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่งลำนี้เป็นจริงขึ้นมาได้